ร้อยเส้นผูกใจ Hundred Ties


ในโกดังขายส่งที่ทุกอย่างมีราคาเป็นบาท มีของอยู่ชนิดหนึ่งที่ราคาไม่ถึงเส้นละบาท แต่กลับผูกคนสองคนไว้ด้วยกันแน่นกว่าสัญญาจ้างงาน

มีนเชื่อในตัวเลข เธอนับเคเบิ้ลไทร์ครบ 100 เส้นทุกถุงด้วยมือตัวเอง
ธีร์เชื่อในการซ่อนตัว เขาใช้เคเบิ้ลไทร์สีดำ 12 นิ้วผูกซองหลักฐานแทนกุญแจมือ

จากโต๊ะพักเบรกชั้น 2 สู่โกดังร้างหลังเลิกงาน จากการนับสต๊อกธรรมดา สู่การนับความจริงที่หายไปทีละเส้น ความรักของพวกเขาไม่ได้เริ่มจากดอกไม้หรือข้อความหวาน แต่เริ่มจากเสียง "คลิก" เบาๆ ตอนฟันเฟืองไนล่อนล็อกเข้าที่

และเมื่อเส้นที่ 100 ถูกผูกไว้ที่ข้อมือ มันไม่ได้แปลว่าจบ แปลว่ามีบางปมที่ยังรอให้ใครสักคนกล้าดึงให้แน่นกว่าเดิม

👉 นิยายซีรีส์ ร้อยเส้นผูกใจ Hundred Ties

ฉันทำงานที่โกดังขายส่งอุปกรณ์ไฟฟ้าย่านบางนา มา 3 ปีแล้ว ตำแหน่งคือเจ้าหน้าที่สต๊อก หน้าที่หลักคือ นับของ จัดของ และเถียงกับเซลส์ว่าของหมดจริง ไม่ได้ซ่อนไว้ โกดังของเรามีทุกอย่างตั้งแต่หลอดไฟยันเทปพันสายไฟ แต่สินค้าที่ฉันผูกพันที่สุดโดยไม่รู้ตัวคือเคเบิ้ลไทร์ถุงละ 100 เส้น

มันเริ่มจากความเบื่อ วันหนึ่งหัวหน้าบอกให้ฉันนับสต๊อกเคเบิ้ลไทร์ใหม่ทั้งหมด เพราะระบบบอกว่ามีครบ แต่ลูกค้าบอกว่าสั่งไซส์ 12 นิ้ว 4.8x300 มม. สีดำไป 50 ถุงแล้วได้ไม่ครบ 

ฉันนั่งบนพื้นปูนเย็นๆ เปิดลังกระดาษทีละลัง ดึงถุงพลาสติกใสที่บรรจุเส้นไนล่อนสีขาวกับดำออกมา นับทีละ 100 เส้นจนนิ้วล็อก กลิ่นไนล่อนใหม่ๆ มันหอมแบบพลาสติกโรงงาน ไม่ใช่หอมดอกไม้ แต่เป็นหอมของความเรียบร้อย

"พี่ธีร์" จากฝ่ายจัดส่งเดินผ่านมาพอดี เขาอายุมากกว่าฉัน 4 ปี ใส่เสื้อยืดสีกรมท่าที่มีโลโก้บริษัทจางๆ ถือคัตเตอร์ในมือ เขาหยุดดูฉันนับแล้วหัวเราะเบาๆ บอกว่าใครเขานับทีละเส้นกัน 

เขาใช้วิธีชั่งน้ำหนัก ฉันเถียงว่าถ้าชั่งแล้วเส้นขาดไป 2 เส้นในถุงจะรู้ได้ยังไง เขาก็เลยลงมานั่งนับช่วย จากวันนั้นโต๊ะพักเบรกชั้น 2 ก็มีคนสองคนนั่งแกะถุงเคเบิ้ลไทร์แข่งกันว่าใครนับครบ 100 เร็วกว่า

ความสัมพันธ์ของเราค่อยๆ ผูกกันเหมือนฟันเฟืองของเคเบิ้ลไทร์ที่ล็อกทีละข้อ ไม่ได้หวือหวา เขาเป็นคนเงียบๆ แต่จำได้ว่าฉันชอบกินชาเย็นไม่ใส่น้ำตาล 

ส่วนฉันจำได้ว่าเขาจะเลือกใช้แต่เคเบิ้ลไทร์สีดำ 8 นิ้ว 3.6x200 มม. เวลาต้องรัดกล่องพัสดุ เพราะบอกว่าสีดำดูเป็นมืออาชีพกว่า เราเริ่มกินข้าวเที่ยงด้วยกัน เริ่มส่งรูปแมวที่บ้านให้กันดู เริ่มมีเรื่องให้ยิ้มในโกดังที่ปกติมีแต่เสียงรถโฟล์คลิฟท์

แล้วเรื่องแปลกก็เริ่มขึ้น ประมาณเดือนที่ 5 หลังจากที่เราสนิทกัน ฉันตรวจสต๊อกประจำเดือนพบว่าเคเบิ้ลไทร์ไซส์ 12 นิ้วสีดำหายไป 20 ถุง ตัวเลขในระบบบอกว่ายังอยู่ครบ 2,400 ถุง แต่ของจริงบนชั้นเหลือ 2,380 ถุง ฉันคิดว่าคงนับผิด เลยนับใหม่ 3 รอบ ผลเท่าเดิม หายไป 2,000 เส้นพอดี

ฉันรายงานหัวหน้า หัวหน้าบอกให้ปล่อยผ่าน อาจจะส่งให้ลูกค้าแล้วลืมยิงบาร์โค้ด แต่เดือนต่อมาหายอีก 15 ถุง เดือนถัดไปหายอีก 22 ถุง รวม 3 เดือนหายไปเกือบ 5,700 เส้น ไม่มีบิล ไม่มีใบเบิก ฉันเริ่มจดบันทึกเองในสมุดปกแข็งสีน้ำเงิน เขียนวันที่ เวลา คนเข้าออกโกดัง

พี่ธีร์เห็นฉันเครียด เขาถามว่าเป็นอะไร ฉันเล่าให้ฟัง เขาทำหน้าเป็นห่วงแล้วบอกว่าให้ระวังตัว อย่าไปยุ่งมาก ของหายในโกดังเป็นเรื่องปกติ อาจมีคนเอาไปขายข้างนอก คำพูดเขาฟังดูหวังดี 

แต่คืนนั้นฉันเห็นเขาอยู่ในโกดังหลังเลิกงานตอน 20.14 น. ผ่านกล้องวงจรปิดที่ฉันขอฝ่ายไอทีเปิดดู เขาไม่ได้ใส่ยูนิฟอร์ม เขาสวมเสื้อแจ็คเก็ตดำ กำลังเปิดลังเคเบิ้ลไทร์ 12 นิ้ว หยิบออกมา 2 ถุง ใส่กระเป๋าเป้แล้วเดินออกไปทางประตูหลัง

หัวใจฉันหล่นวูบ ไม่ใช่เพราะของหาย แต่เพราะคนที่ฉันกำลังจะไว้ใจที่สุดคือคนที่ขโมยของ ฉันไม่ได้นอนทั้งคืน นับเส้นเคเบิ้ลไทร์ในหัวซ้ำไปซ้ำมา 100 เส้นต่อถุง 20 ถุงคือ 2,000 ครั้งที่ความไว้ใจถูกล็อกแน่นแล้วดึงจนเจ็บ

เช้าวันต่อมาฉันตัดสินใจทำสิ่งที่พนักงานสต๊อกไม่ควรทำ ฉันแอบตามเขา หลังเลิกงานเขาไม่ได้กลับหอ เขาขี่มอเตอร์ไซค์ไปที่โกดังร้างแถวสุวินทวงศ์ ฉันจอดรถห่างๆ แล้วเดินตามเข้าไป 

ในโกดังนั้นไม่มีหลอดไฟ มีเพียงไฟฉายส่องบนโต๊ะเหล็ก บนโต๊ะมีถุงเคเบิ้ลไทร์สีดำของบริษัทเราวางเรียงกัน 40 กว่าถุง และมีผู้ชายอีก 3 คนนั่งนับเงิน

ฉันยกมือถือขึ้นถ่ายวิดีโอ มือสั่นจนภาพเบลอ พี่ธีร์หันมาเห็นฉันพอดี เขาตกใจแล้ววิ่งเข้ามา กระชากมือถือไปกดลบ ฉันตะโกนว่าไม่คิดว่าเขาจะเป็นคนแบบนี้ เขาจับแขนฉันแน่นแล้วกระซิบว่า ถ้าอยากมีชีวิตให้เงียบและฟัง

นั่นคือสิ่งที่ทำให้ทุกอย่างที่ฉันเข้าใจพังลง เขาไม่ได้ขโมย เขาคือร้อยตำรวจโท ธีร์ จากกองปราบปรามการกระทำผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ เขาถูกส่งมาฝังตัวในบริษัทเราได้ 8 เดือนแล้ว เพราะมีข้อมูลว่าบริษัทเราเป็นที่ฟอกเงินผ่านการขายส่งของที่ไม่มีอยู่จริง 

เคเบิ้ลไทร์ 12 นิ้วสีดำคือรหัสสินค้าในระบบที่ใช้สร้างบิลปลอม ของจริงไม่เคยถูกผลิตครบตามจำนวนในระบบ ส่วนที่หายไปคือของที่เขาต้องเอาไปเป็นของกลางเพื่อเทียบกับล็อตที่โรงงานจริงผลิต เขาต้องใช้เคเบิ้ลไทร์ของแท้จากโกดังเราไปผูกซองหลักฐาน ผูกป้ายของกลาง ผูกมัดกล่องเอกสารส่งศาล ทุกเส้นที่หายไปคือหลักฐานที่ถูกล็อกด้วยรหัสล็อต

ฉันยืนตัวแข็ง เขาปล่อยมือแล้วเปิดกระเป๋าให้ดู ข้างในมีบัตรตำรวจ ซองพลาสติกใสที่ผูกปากด้วยเคเบิ้ลไทร์สีดำ 4.8x300 มม. ของเราเป๊ะๆ ในซองคือสำเนาบิลปลอมที่มีลายเซ็นหัวหน้าฉัน ฉันคือพยานคนเดียวที่นับสต๊อกจริงทุกเดือน ข้อมูลในสมุดสีน้ำเงินของฉันกลายเป็นหลักฐานชิ้นสำคัญที่สุด

จากศัตรูในใจ เขากลายเป็นคนที่ต้องร่วมมือด้วย เราเริ่มทำงานด้วยกันตอนกลางคืน ฉันช่วยเขานับของจริง เทียบกับของในระบบ เขาใช้เคเบิ้ลไทร์สีขาว 6 นิ้วผูกสมุดบันทึกของฉันไว้กับโต๊ะทำงานเพื่อไม่ให้ใครเอาไป 

บอกว่ามันเหนียวพอจะยื้อเวลาได้ถ้ามีคนพยายามดึง เราหัวเราะกันครั้งแรกในรอบสัปดาห์ ความรักแบบออฟฟิศที่เคยเป็นแค่กินข้าวด้วยกัน กลายเป็นความรักแบบเพื่อนร่วมคดีที่ต้องไว้ใจกันด้วยชีวิต

แผนจับกุมเกิดขึ้นวันที่ 17 เดือนที่แล้ว ตำรวจบุกค้นตอน 9 โมงเช้า หัวหน้าถูกใส่กุญแจมือด้วยเคเบิ้ลไทร์สีดำขนาด 14 นิ้วที่พี่ธีร์เตรียมมาเอง เขาบอกว่ามันทนแรงดึงได้สูงกว่ากุญแจมือพลาสติกทั่วไป ไม่ต้องกลัวหลุด ฉันยืนดูอยู่หลังชั้นวางของ มือกำถุงเคเบิ้ลไทร์ 100 เส้นไว้แน่นเหมือนกำหัวใจตัวเอง

คดีจบลงเร็ว บริษัทถูกอายัด พนักงานส่วนใหญ่ได้ย้ายไปบริษัทในเครือ ฉันได้รับคำชมจากผู้กำกับว่าเป็นพลเมืองดี พี่ธีร์ถูกเรียกกลับไปที่กองปราบ 

คืนก่อนเขาย้าย เขานัดฉันที่โต๊ะพักเบรกชั้น 2 ที่เดิม เขาวางกล่องกระดาษเล็กๆ ไว้ตรงหน้า ข้างในมีเคเบิ้ลไทร์สีขาว 4 นิ้ว 2.5x100 มม. ถูกผูกเป็นรูปหัวใจทีละเส้น นับได้ 99 เส้น เขาบอกว่าเส้นที่ 100 เขาผูกไว้ที่ข้อมือตัวเองตั้งแต่วันแรกที่ช่วยฉันนับของ

เขาสารภาพว่าตอนแรกที่เข้ามา ฉันเป็นแค่แหล่งข้อมูล แต่พอเห็นฉันนั่งนับ 100 เส้นด้วยความซื่อสัตย์ทุกวัน เขาก็เริ่มนับวันอยากเจอฉันแทน เขาขอคบฉันแบบจริงจัง ไม่ใช่ในฐานะสายลับกับพยาน ฉันพยักหน้าทั้งน้ำตา เราสวมเคเบิ้ลไทร์เส้นที่ 100 ให้กันเหมือนแหวน

3 สัปดาห์ต่อมา พี่ธีร์หายไป ไม่รับโทรศัพท์ ไม่อ่านไลน์ ฉันไปที่แฟลตตำรวจ เขาย้ายออกแล้ว แม่บ้านบอกว่าเขาลาออกจากราชการกะทันหันตั้งแต่วันที่ 20 ฉันกลับไปที่โกดังเก่าที่ตอนนี้ปิดร้าง เอากุญแจสำรองที่เขาเคยให้ไว้ไขเข้าไป โต๊ะทำงานฉันยังอยู่ที่เดิม บนโต๊ะมีกล่องพัสดุไม่มีชื่อผู้ส่ง ข้างในมีถุงเคเบิ้ลไทร์สีดำ 14 นิ้ว 4.8x350 มม. จำนวน 1 ถุง 100 เส้นพอดี และมีซองจดหมายผูกไว้ด้วยเส้นหนึ่ง

ฉันแกะออกอ่าน ลายมือเขา

"มีน ถ้าเธออ่านจดหมายนี้ แปลว่าฉันทำสำเร็จแล้วครึ่งหนึ่ง และล้มเหลวอีกครึ่งหนึ่ง คดีบริษัทเราเป็นแค่เปลือกนอก ของจริงคือเครือข่ายที่อยู่เหนือกว่านั้น เขาใช้เคเบิ้ลไทร์ของเราไม่ใช่เพื่อผูกของ แต่เพื่อผูกรหัสขนส่งยาเสพติดข้ามประเทศ 

รหัสคือขนาดและความยาว เส้น 12 นิ้วคือล็อตที่ส่งออก เส้น 14 นิ้วคือล็อตที่ต้องทำลายหลักฐาน ฉันต้องหายไปเพื่อตามเส้น 14 นิ้วนี้ให้ถึงต้นตอ อย่าตามหาฉัน

ป.ล. ในถุงนี้มี 99 เส้นเป็นของจริง อีก 1 เส้นฉันสอดบางอย่างไว้ข้างในแกนไนล่อน ลองหาดู"

ฉันเทถุงออกมานับทีละเส้น มือสั่นเหมือนวันแรกที่นับของ 1 2 3 ไปจนถึง 99 ทุกเส้นปกติ เส้นที่ 100 หนักกว่านิดเดียว ฉันใช้คัตเตอร์กรีดตามยาว แกนไนล่อนสีดำแตกออก ข้างในกลวงอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ 

มีม้วนกระดาษเล็กๆ สอดอยู่ คลี่ออกมาเป็นรูปถ่ายฉันตอนหลับบนลังเคเบิ้ลไทร์ในโกดัง ด้านหลังมีตัวเลขเขียนด้วยปากกา 081-924-7731 และคำว่า "ถ้าพร้อมจะผูกปมครั้งสุดท้าย โทรหาฉัน"

ฉันกำเคเบิ้ลไทร์เส้นนั้นไว้แน่น ฟันเฟืองเล็กๆ ขูดกับผิวมือเหมือนเตือนว่าความรักของเราไม่เคยเป็นแค่เรื่องออฟฟิศธรรมดา มันเป็นคดีที่ยังไม่ปิด เป็นหลักฐานที่ยังไม่ถูกผูก และเป็นคำสัญญาที่รอให้ฉันตัดสินใจว่าจะดึงให้แน่นกว่าเดิม หรือจะตัดทิ้งตรงนี้

นอกหน้าต่างฝนเริ่มตก เสียงเม็ดฝนกระทบหลังคาสังกะสีดังเหมือนเสียงนับ 1 ถึง 100 ไม่รู้จบ ฉันยังไม่โทรออกในคืนนั้น เพราะในกระเป๋าเสื้อของพี่ธีร์ที่เขาลืมไว้ใต้โต๊ะ ฉันเพิ่งเจอเคเบิ้ลไทร์สีดำอีกเส้นหนึ่ง ผูกเป็นวงกลมเล็กๆ ขนาดพอดีกับนิ้วนางข้างซ้าย และที่ปลายเส้นนั้น มีรอยไหม้เป็นตัวอักษร 2 ตัวที่โรงงานไม่เคยทำไว้บนสินค้าล็อตไหนเลย ตัวอักษรนั้นคือชื่อย่อของฉัน

รายชื่อตัวละครหลัก ใน นิยายซีรีส์ ร้อยเส้นผูกใจ Hundred Ties

มีน (มินตรา) (เพศหญิง) อายุ 27 ปี
อาชีพ: เจ้าหน้าที่สต๊อก โกดังขายส่งอุปกรณ์ไฟฟ้า
เป็นคนละเอียดชนิดที่นับเคเบิ้ลไทร์ทีละเส้นได้ครบ 100 โดยไม่ใช้เครื่องชั่ง ยึดความถูกต้องมากกว่าความเร็ว มีนิสัยซื่อตรงจนบางครั้งดูแข็งทื่อ แต่จริงๆ แล้วอ่อนไหวและผูกพันกับของเล็กๆ น้อยๆ รอบตัว จุดเปลี่ยนของเธอคือจากคนที่เชื่อในตัวเลขในระบบ กลายเป็นคนที่กล้าเชื่อในสัญชาตญาณตัวเองและกล้าตามหาความจริงแม้ต้องเสี่ยง

พี่ธีร์ (ร้อยตำรวจโท ธีรภัทร) เพศชาย อายุ 31 ปี
อาชีพเบื้องหน้า: พนักงานฝ่ายจัดส่ง / อาชีพจริง: ตำรวจนอกเครื่องแบบกองปราบปรามอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ
ภายนอกดูเป็นคนนิ่ง พูดน้อย สุภาพแบบคนทำงานขนส่งทั่วไป แต่จริงๆ แล้วเป็นคนสังเกตเก่ง จำรายละเอียดได้แม่น มีความอดทนสูงและแยกแยะหน้าที่กับความรู้สึกได้ดี ข้อเสียคือชอบแบกทุกอย่างไว้คนเดียวเพราะคิดว่าการปกป้องคือการไม่บอกความจริงทั้งหมด ความผูกพันของเขากับเคเบิ้ลไทร์สีดำ 12 นิ้วและ 14 นิ้วสะท้อนวิธีคิดแบบตำรวจที่มองของธรรมดาเป็นหลักฐาน

หัวหน้าชัย (เพศชาย) อายุ 45 ปี
ผู้จัดการโกดังผู้ดูใจดี พูดเก่ง ใช้คำว่า "ปล่อยผ่าน" ได้คล่อง เป็นตัวแทนของระบบที่ทำให้ของหายกลายเป็นเรื่องปกติ

บทวิจารณ์นิยายซีรีส์ ร้อยเส้นผูกใจ Hundred Ties

"ร้อยเส้นผูกใจ" เป็นงานที่หยิบของธรรมดาที่สุดอย่างเคเบิ้ลไทร์ถุงละ 100 เส้น มาทำให้กลายเป็นทั้งเครื่องมือของความรักและเครื่องมือของคดี จุดแข็งที่สุดคือการผสมความเป็น Office Romance ที่ไม่หวานเลี่ยนเพราะความสัมพันธ์ก่อตัวจากการนับของ การเถียงเรื่องวิธีทำงาน การกินข้าวบนโต๊ะพักเบรก กับความเป็น Mystery แบบ Amateur Sleuth ที่ให้ตัวเอกเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีทักษะสืบสวนเลย นอกจากความละเอียดในการนับสต๊อก

ผู้เขียนใช้ภาษาแบบเล่าเรื่องใกล้ตัว ไม่มีคำศัพท์เทคนิคหนัก แต่เลือกใช้รายละเอียดสินค้าจริง เช่น ขนาด 2.5x100 มม. หรือ 4.8x300 มม. มาทำหน้าที่แทนคำบรรยายอารมณ์ ทำให้คนอ่านรู้สึกว่าโกดังมีอยู่จริง ความรักก็เลยมีน้ำหนัก ไม่ได้ลอย

สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างจากนิยายรักในที่ทำงานทั่วไปคือการให้วัตถุเป็นศูนย์กลางของปม ไม่ใช่แค่พร็อพประกอบฉาก เคเบิ้ลไทร์ทำหน้าที่สามอย่างพร้อมกัน คือเป็นสัญลักษณ์ของความผูกพัน เป็นรหัสลับในขบวนการ และเป็นหลักฐานทางกายภาพ เรื่องจึงไม่ได้มาจากการเฉลยตัวร้าย แต่มาจากการเปลี่ยนความหมายของสิ่งเดิมที่คนอ่านเห็นมาตั้งแต่หน้าแรก

ด้านจังหวะ ครึ่งแรกเดินช้าแบบตั้งใจ ให้คนอ่านผูกพันกับกิจวัตรการนับของ ซึ่งทำให้เมื่อความไว้ใจสั่นคลอนผลกระทบจึงแรง ครึ่งหลังเร่งขึ้นโดยไม่ทิ้งโทนอบอุ่นแบบเดิม ความโรแมนติกไม่ถูกคดีกลืน และคดีก็ไม่ถูกความรักทำให้เบา

ตอนจบเลือกที่จะปิดคดีหลักให้สมบูรณ์ แต่ทิ้งวัตถุหนึ่งชิ้นไว้ให้ตีความต่อ เป็นการจบแบบที่ให้ความพึงพอใจกับคนชอบความชัดเจน และในเวลาเดียวกันก็ให้พื้นที่กับคนชอบตั้งคำถาม ว่าเส้นที่ 100 ที่เหลืออยู่นั้นจะถูกรัดแน่นหรือถูกตัดทิ้ง

เคเบิ้ลไทร์ ไนล่อน PA66 เกรดพรีเมียม 100 เส้น (4/6/8/10/12/14/16 นิ้ว) สายรัดหนวดกุ้ง ทนแรงดึงสูง ขายส่งตรงโรงงาน
เคเบิ้ลไทร์ ไนล่อน PA66 เกรดพรีเมียม 100 เส้น (4/6/8/10/12/14/16 นิ้ว) สายรัดหนวดกุ้ง Cable Tie ขายส่งตรงโรงงาน เหนียว แข็งแรง ทนแรงดึงสูง ไม่กรอบหัก ฟันล็อกแน่นไม่รูด ไม่ติดไฟ ใช้งานอเนกประสงค์ รัดสายไฟ งานช่าง งานบ้าน งานสวน มีครบทุกขนาด สีขาว-ดำ คุ้มกว่าถุงละ 100 เส้น ราคาส่ง

ข้อมูล เคเบิ้ลไทร์ ไนล่อน PA66 เกรดพรีเมียม 100 เส้น (4/6/8/10/12/14/16 นิ้ว) สายรัดหนวดกุ้ง ทนแรงดึงสูง ขายส่งตรงโรงงาน
รายการสเปก รายละเอียด
ชื่อสินค้า Cable Tie สายรัดไนล่อน หนวดกุ้ง Nylon Plastic
วัสดุ ไนล่อน PA66 แท้ 100%
คุณสมบัติ เหนียว แข็งแรง ทนแรงดึงสูง, ฟันเฟืองล็อกแน่นไม่รูด, ไม่ติดไฟ, ไม่กรอบหักง่าย, ใช้งานอเนกประสงค์
สีที่มี สีขาว, สีดำ
บรรจุ ถุงละ 100 เส้น (ขายส่ง)
ขนาดที่มีให้เลือก 4 นิ้ว (2.5 x 100 มม.)
6 นิ้ว (2.5 x 150 มม.)
6 นิ้ว (3.6 x 150 มม.)
8 นิ้ว (2.5 x 200 มม.)
8 นิ้ว (3.6 x 200 มม.)
8 นิ้ว (4.8 x 200 มม.)
10 นิ้ว (4.8 x 250 มม.)
12 นิ้ว (4.8 x 300 มม.)
14 นิ้ว (4.8 x 350 มม.)
16 นิ้ว (ตามชื่อสินค้า – รอระบุสเปค)
การใช้งาน รัดสายไฟ, รัดท่อ, งานช่าง, งานบ้าน, งานสวน, โรงงานอุตสาหกรรม
แหล่งผลิต ส่งตรงจากโรงงาน คุณภาพส่งออก

    ค้นหาหนังสือนิยายที่ดีที่สุดเพิ่มเติมได้ที่

    Product Image
    Naiin Official Shop
    ร้าน Naiin Official Shop มีนิยายหลากหลายแนว ทั้งโรแมนติก ดราม่า สืบสวน และแฟนตาซี พร้อมทั้งผลงานใหม่จากนักเขียนชื่อดัง
    Product Image
    สำนักพิมพ์ซีเอ็ด SE-ED Publish
    ซีเอ็ด (SE-ED Publish) มีนิยายและหนังสือหลากหลายแนว ทั้งเล่มจริง, อีบุ๊ก และหนังสือเสียง โดยเน้นความครบครันในทุกหมวดหมู่ ตั้งแต่โรแมนติก, วรรณกรรมแปล, ไปจนถึงนิยายแฟนตาซีและวัยรุ่น พร้อมโปรโมชั่นและส่วนลดบ่อยครั้ง เหมาะสำหรับนักอ่านที่ต้องการทั้งความบันเทิงและสาระ
    Product Image
    Amarinbooks Official Shop
    Amarinbooks Official Shop มีนิยายหลากหลายแนว ทั้งนิยายวาย นิยายจีน และวรรณกรรมแปล พร้อมโปรโมชั่นและส่วนลดบ่อยครั้ง เหมาะสำหรับนักอ่านที่ชอบทั้งโรแมนติก ดราม่า และสืบสวนสอบสวน โดยสามารถซื้อได้ทั้งเล่มจริงและอีบุ๊ก
    Product Image
    สถาพรบุ๊คส์ Satapornbooks
    สถาพรบุ๊คส์ (Satapornbooks) เป็นสำนักพิมพ์ใหญ่ที่มีนิยายหลากหลายแนว ทั้งนิยายรัก, นิยายจีนแปล, นิยายแฟนตาซี, และนิยายวาย โดยมีนักเขียนชื่อดังและผลงานขายดีมากมาย พร้อมโปรโมชั่นลดราคาประจำ เช่น ลด 15–20% และจัดชุด Boxset พิเศษ
    Product Image
    jamsai official
    Jamsai Official Shop เป็นหนึ่งในสำนักพิมพ์นิยายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและนักอ่านที่ชื่นชอบนิยายรักโรแมนติกและนิยายวาย (BL) พร้อมทั้งมีนิยายแฟนตาซีและวรรณกรรมแปลที่หลากหลาย
    Product Image
    Salmon Books
    สำนักพิมพ์ Salmon Books (แซลมอนบุ๊คส์) เป็นสำนักพิมพ์ที่เน้นนิยายและหนังสือ นอกกระแสหลัก ที่มีความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่ และสะท้อนสังคมร่วมสมัย เหมาะสำหรับนักอ่านที่ชอบงานเขียนแนวทดลอง, วรรณกรรมแปล, และนิยายที่มีมุมมองเฉพาะตัว ทั้งเล่มจริงและอีบุ๊ก พร้อมโปรโมชั่นลดราคาประจำในร้าน

    Translate

    เนื้อหาในนิยายทั้งหมดในนี้ เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป อาจมีเนื้อหาที่ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน ผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน