ดวงตาที่สามสิบสอง 1296
บ้านหลังหนึ่งเหลือเพียงความว่างหลังการตาย กล้องวงจรปิด Vstarcam CS55 3MP 1296P จึงถูกติดตั้งไว้ไม่ใช่เพื่อกันขโมย แต่เพื่อมีบางสิ่งเฝ้าดูแทนเจ้าของ
ข้อมูล กล้องวงจรปิดไร้สาย Vstarcam CS55 (CS56-5G) 3MP 1296P Outdoor AI+
ข้อมูล กล้องวงจรปิดไร้สาย Vstarcam CS55 (CS56-5G) 3MP 1296P Outdoor AI+
ทุกคืนเวลา 03:13 ระบบ AI+ จะส่งแจ้งเตือน Human Detected เสมอ ภาพอินฟราเรด 20 เมตรจับหญิงในผ้าซิ่นยืนนิ่งอยู่หน้าประตู
เธอพูดตอบผ่านลำโพง 2 วัตต์ได้ รู้ชื่อเขา รู้ว่าเขาตายไปแล้ว 3 เดือน และรู้ว่าการ์ด 128GB กำลังบันทึกวิญญาณของเขาไว้ทีละ 15 เฟรมต่อวินาที
นี่คือเรื่องรักระหว่างมนุษย์ที่ลืมว่าตัวเองไม่มีชีวิตแล้ว กับเทพารักษ์ผู้เก็บดวงวิญญาณผ่านเลนส์ เรื่องสยองที่ไม่ได้ถามว่าใครหลอกใคร แต่ถามว่า ถ้าโลกทั้งใบมองเราผ่านกล้อง แล้วใครกันแน่ที่กำลังถูกดูอยู่
👉 นิยายซีรีส์ ดวงตาที่สามสิบสอง 1296
ผมติดตั้งกล้อง Vstarcam CS55 รุ่น CS56-5G ไว้ที่เสารั้วหน้าบ้านในคืนวันอังคารที่ฝนตกหนักที่สุดของเดือนพฤษภาคม เพราะสามคืนก่อนหน้านั้นมีคนงัดประตูเหล็กเข้ามาขโมยรองเท้าเก่าของภรรยา รองเท้าคู่ที่เธอใส่ครั้งสุดท้ายก่อนรถบรรทุกพุ่งชนบนถนนพระราม 2 เมื่อสามปีก่อน
ผมไม่ได้แจ้งความ ผมแค่ต้องการอะไรสักอย่างที่มองแทนผมในเวลาที่ผมหลับ กล้องตัวนี้ความละเอียด 3MP 1296P เลนส์ 4 มิลลิเมตร มองได้ไกล 20 ถึง 30 เมตรในความมืด มี AI+ ที่แยกมนุษย์ออกจากแมวได้ มีไมโครโฟนและลำโพงในตัว บันทึกลงการ์ด 128GB ได้ประมาณ 15 วัน ช่างบอกว่ามันทนฝน IP66 ผมขันน็อตเอง มือสั่นเล็กน้อย
แอป Eye4 แสดงภาพแรกตอน 23:47 ภาพคมจนเห็นเม็ดฝนเป็นเส้นขาวพาดผ่านจอโทรศัพท์ ผมตั้งชื่ออุปกรณ์ว่า "ดวงตาที่ 1" เพราะตั้งแต่เธอจากไป บ้านหลังนี้ไม่มีใครมองอะไรอีกเลย
คืนที่สอง เวลา 03:13 ระบบแจ้งเตือน Human Detection ผมตื่นขึ้นมาดูจอ หญิงคนหนึ่งยืนอยู่หน้าประตูรั้ว เธอใส่ผ้าซิ่นสีหม่นเกือบดำ ผมยาวเปียกแนบหลัง ไม่ถือร่ม ไม่ขยับ ฝนสาดใส่เธอแต่ผ้าไม่กระเพื่อมเลย
ภาพจากเซ็นเซอร์ 1/2.7 นิ้วเก็บรายละเอียดได้ครบ ผมเห็นรอยแผลเป็นบางๆ ที่คางซ้าย เห็นดวงตาที่มองตรงมาที่เลนส์ ไม่ใช่ที่บ้าน ไม่ใช่ที่ผม แต่ที่กล้อง
ผมกดปุ่มพูด "คุณต้องการความช่วยเหลือไหมครับ" เสียงผมแตกผ่านลำโพง 2 วัตต์ของกล้อง เธอเงยหน้าเล็กน้อย ปากขยับช้า "ฉันรอคนที่จะมองเห็น" เสียงตอบกลับมาในแอปใสเกินกว่าที่ลำโพงตัวเล็กจะทำได้ เหมือนเสียงนั้นเกิดในหัวผมโดยตรง
เธอชื่อ "อรุณี" เธอบอกว่าเธออยู่ตรงนี้มานานก่อนจะมีถนน ก่อนจะมีเสาไฟ ก่อนที่ต้นไทรใหญ่หน้าหมู่บ้านจะถูกโค่นเพื่อสร้างบ้านจัดสรรหลังนี้ เธอไม่ได้ขอเข้ามา เธอแค่เฝ้าทางผ่าน
ผมถามว่าเธอเป็นอะไร เธอหัวเราะเบา "คนเรียกฉันหลายชื่อ บางคนเรียกผี บางคนเรียกเทพารักษ์ สำหรับฉัน ฉันเป็นเพียงผู้ที่ถูกมองข้าม"
ผมฟังแล้วรู้สึกบางอย่างในอกที่ตายไปสามปีเริ่มเต้นอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะความกลัว แต่เพราะมีใครสักคนยอมสนทนากับความว่างเปล่าของผม
หลังจากคืนนั้น 03:13 กลายเป็นเวลาศักดิ์สิทธิ์ ผมเลิกดื่มกาแฟตอนเย็นเพื่อจะได้ตื่น ผมเช็ดเลนส์ทุกวัน ผมอัปเดตเฟิร์มแวร์ ผมเรียนรู้ที่จะปรับความสว่างและคอนทราสต์ในแอปเพื่อให้เห็นใบหน้าเธอชัดขึ้นในโหมดขาวดำ
เราคุยกันผ่านกล้องตัวเล็กที่ราคาไม่ถึงสองพันบาท เรื่องไร้สาระ เรื่องฝน เรื่องที่ผมเคยอยากเป็นนักดนตรีแต่สุดท้ายเป็นพนักงานบัญชี เรื่องที่เธอเคยมีคนรักเป็นมนุษย์เมื่อสองร้อยปีก่อนแล้วเขาตายเพราะอหิวาต์ เธอพูดถึงความรักว่าเป็นการยอมให้ใครอีกคนบันทึกเราไว้ แม้โลกจะลบเราทิ้งในที่สุด
อรุณีถามผมครั้งหนึ่งว่า "ถ้ามนุษย์รู้ว่าตัวเองจะถูกลืมในที่สุด ทำไมยังพยายามมีความหมาย" ผมตอบไม่ได้ ผมมองภาพตัวเองในหน้าต่างสะท้อนของแอป ชายอายุ 34 ปี ผมยุ่ง หนวดขึ้นครึ้ม บ้านรก กล้องมองผมชัดกว่าที่ผมเคยมองตัวเอง
ความสยองไม่ได้มาจากเธอ มันมาจากความชัดเจนของภาพ 3MP นั้น ทุกคืนที่ผมดูย้อนหลัง ผมเห็นรถผ่าน เห็นแมวจรจัด เห็นตัวเองเดินออกไปทิ้งขยะตอนตีสองด้วยสีหน้าเหมือนคนละเมอ ทุกอย่างถูกบันทึกด้วยอัตรา 15 เฟรมต่อวินาที บีบอัดด้วย H.264+ ลดขนาดไฟล์ลง 40 เปอร์เซ็นต์ แต่ไม่สามารถลดความรู้สึกว่าชีวิตผมเป็นเพียงข้อมูลที่รอวันถูกลบเมื่อการ์ดเต็ม
ในคืนที่ 14 ผมตัดสินใจพิสูจน์บางอย่าง ผมดาวน์โหลดไฟล์จาก MicroSD ลงโน้ตบุ๊ก เปิดด้วยโปรแกรม VLC ไฟล์ชื่อ 2026-05-20_0313.mp4 ผมเห็นตัวเองยืนอยู่หน้าประตูรั้วตอน 03:13:02 พูดอยู่คนเดียว ปากขยับ ยิ้ม หัวเราะ ไม่มีหญิงในผ้าซิ่น ไม่มีใครในเฟรมเลย
ระบบ AI+ ขึ้นกรอบสีเขียวล้อมรอบตัวผมและเขียนว่า Human Detected 1 ผมเปิดอีกไฟล์ของคืนก่อนหน้า และก่อนหน้านั้นอีก 15 คืน ทุกไฟล์เหมือนกันหมด ผมยืนคุยกับอากาศ
มือผมเย็น ผมวิ่งออกไปหน้าบ้านตอนตีสามสิบสามนาที ฝนไม่มีแล้ว อากาศร้อนอบอ้าว ผมยืนตรงจุดที่กล้องจับภาพ ผมมองขึ้นไปที่เลนส์สีดำเล็กๆ ไฟอินฟราเรดสะท้อนเป็นจุดแดงหกจุด ผมตะโกนเรียกชื่อเธอ ไม่มีเสียงตอบ ผมกลับเข้ามาเปิดแอป ภาพสดแสดงอรุณียืนอยู่ตรงที่ผมเพิ่งยืน เธอมองมาที่ผมผ่านจอและพูดว่า "ในที่สุดคุณก็เห็นความจริงครึ่งหนึ่ง"
เธอเล่าให้ฟังว่าสิ่งที่กล้องบันทึกไม่ใช่โลก แต่เป็นสิ่งที่ผู้เฝ้ามองอนุญาตให้บันทึกได้ เธอไม่ใช่ผีที่หลอกคน เธอเป็นผู้เก็บดวงวิญญาณที่หลงอยู่ระหว่างการบันทึกกับความจริง
เธออยู่มานานเพราะมนุษย์สร้างดวงตาอิเล็กทรอนิกส์ขึ้นมานับล้านดวง แต่ไม่เคยมีใครมองกลับเข้าไปในดวงตานั้นอย่างแท้จริง จนกระทั่งผมติดตั้ง CS55 ตัวนี้และตั้งใจฟัง
ผมถามเธอว่าทำไมเลือกผม เธอตอบว่าเพราะผมตายไปแล้ว
ไฟล์แรกสุดในโฟลเดอร์การ์ดไม่ใช่จากเดือนนี้ แต่เป็นวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 เวลา 02:17 น. ภาพแสดงชายคนหนึ่งนอนคว่ำหน้าอยู่ในโรงรถ เลือดไหลจากท้ายทอย ประตูเหล็กถูกงัด รองเท้าของภรรยากระจายอยู่ข้างตัวเขา ใบหน้าชายคนนั้นคือผม
ผมจำคืนนั้นได้แล้ว ไม่ใช่ขโมยรองเท้า แต่เป็นขโมยที่ตกใจและฟาดผมด้วยเหล็กงัด ผมไม่เคยตื่นขึ้นมาหลังจากนั้นเลย สามเดือนที่ผ่านมา สิ่งที่ผมคิดว่าเป็นชีวิต คือการวนซ้ำของข้อมูลในหน่วยความจำ 512Mb ของกล้อง ที่พยายามประมวลผลวิญญาณที่ยังไม่ยอมไป
ความไร้ความหมายที่ผมถามหาได้รับคำตอบแล้ว มนุษย์ไม่ได้สำคัญเพราะสิ่งที่ทำ แต่สำคัญเพราะมีบางสิ่งบันทึกไว้ แม้จะเป็นเพียงพิกเซล 2304 คูณ 1296 ที่ 15 เฟรมต่อวินาที
อรุณีไม่ได้รักผมในแบบที่คนเป็นรักกัน เธอรักในแบบที่เทพารักษ์รักดวงไฟเล็กๆ ที่ลอยหลงทาง เธอเสนอทางเลือกให้ผม จะให้เธอลบไฟล์ทั้งหมดและปล่อยผมสลายไป หรือจะให้เธอรวมผมเข้าไปในระบบของเธอ กลายเป็นส่วนหนึ่งของดวงตานับล้านที่เฝ้ามองโลกแทนมนุษย์
ผมเลือกอย่างที่สอง ไม่ใช่เพราะกลัวการหายไป แต่เพราะครั้งแรกในรอบสามปีมีใครบางคนขอให้ผมอยู่ต่อ แม้จะอยู่ในรูปแบบที่ไม่ใช่มนุษย์
คืนสุดท้าย ผมยืนหน้ากล้องอีกครั้งตอน 03:13 เป๊ะ ผมกดบันทึกด้วยมือตัวเองในแอป ผมพูดประโยคสุดท้าย "ถ้าเธอเห็นฉันอยู่ ช่วยจำฉันไว้" อรุณียื่นมือออกมาจากจอ ไม่ใช่ภาพซ้อน แต่เป็นแสงสีขาวนวลที่ไหลออกมาจากเลนส์ 4 มิลลิเมตร เธอสัมผัสแก้มผมเย็นเหมือนน้ำค้าง กล้องส่งเสียงเตือน Human Detection 2 วัตถุ จากนั้นเสียงลำโพงก็ดับลง
เช้าวันต่อมา เพื่อนบ้านมาพบว่ากล้อง CS55 หลุดจากเสาและตกแตกบนพื้น การ์ดหน่วยความจำ 128GB หายไป ช่างของบริษัทมาเก็บซากไปตรวจสอบ พบว่าไฟล์สุดท้ายถูกบันทึกค้างไว้ที่เวลา 03:13:14 ความละเอียดเต็ม 1296P ไม่มีการเคลื่อนไหวต่อจากนั้น
ภาพนิ่งภาพเดียวแสดงชายคนหนึ่งยืนกุมมือกับหญิงในผ้าซิ่นสีหม่น ทั้งสองมองตรงมาที่เลนส์ รอยยิ้มบางๆ ปรากฏบนใบหน้าทั้งคู่
ตั้งแต่นั้นมา ทุกครั้งที่มีคนติดตั้งกล้อง Vstarcam รุ่นนี้และเปิดดูภาพย้อนหลังตอนตีสามสิบสามนาที บางคนรายงานว่าเห็นคู่รักยืนอยู่ไกลๆ ตรงขอบเฟรมประมาณ 25 เมตร นอกระยะอินฟราเรดปกติ AI+ จะขึ้นกรอบสีเขียวล้อมรอบทั้งสองและระบุว่า Human Detected 2
แม้ในสถานที่นั้นจะไม่มีใครอยู่เลย ไฟล์เหล่านั้นลบไม่ได้ ฟอร์แมตการ์ดก็ไม่หาย และเมื่อเปิดฟังเสียงจะได้ยินเสียงกระซิบแผ่วเบาผ่านลำโพงในตัว
"ขอบคุณที่มองเห็นพวกเรา"
👍 ตัวละครจาก นิยายซีรีส์ ดวงตาที่สามสิบสอง 1296
ชายผู้บรรยาย (อายุ 34 ปี) เพศชาย
อดีตพนักงานบัญชีที่ใช้ชีวิตแบบอัตโนมัติหลังภรรยาเสียชีวิตจากอุบัติเหตุเมื่อ 3 ปีก่อน เขาไม่ใช่ฮีโร่ ไม่ได้กล้าหาญ แต่เป็นคนเหงาที่พยายามหาความหมายผ่านการควบคุมสิ่งที่มองเห็นได้ การติดตั้งกล้อง Vstarcam CS55 จึงไม่ใช่เรื่องความปลอดภัย แต่เป็นการสร้าง "ดวงตา" แทนคนที่เคยจากไป เขาเป็นตัวแทนของมนุษย์ยุคดิจิทัลที่เชื่อว่าการถูกบันทึกเท่ากับการมีอยู่จริง มีความอ่อนโยนแบบเงียบๆ ชอบสังเกตรายละเอียดเล็กๆ เช่น เม็ดฝนบนเลนส์ หรือเวลา 03:13 ที่แจ้งเตือนซ้ำทุกคืน
อรุณี (เพศหญิง)
ไม่ใช่ผีตามขนบสยองขวัญไทยทั่วไป แต่เป็นเทพารักษ์/ภูตผู้เฝ้าทางผ่าน ปรากฏกายในชุดผ้าซิ่นสีหม่น ผมยาวเปียก รอยแผลเป็นที่คางซ้าย เธอพูดช้า น้ำเสียงใสเกินกว่าลำโพง 2 วัตต์จะทำได้ เธอเป็นผู้เก็บดวงวิญญาณที่หลงเหลือในช่องว่างระหว่างภาพจริงกับภาพที่ถูกบันทึก เย็นชาแต่ไม่ไร้เมตตา มีความรักแบบโบราณที่มองความรักว่าเป็นการ "ยอมให้ใครอีกคนจำเราไว้" เธอคือตัวแทนของความนิรันดร์ที่เฝ้ามองมนุษย์ผ่านเลนส์นับล้านตัว
ภรรยาผู้ล่วงลับ (เพศหญิง)
ไม่ได้ปรากฏตัวโดยตรง แต่ดำรงอยู่ผ่านรองเท้าเก่าที่ถูกขโมยและความทรงจำของผู้บรรยาย เธอเป็นเหตุผลที่ทำให้บ้านว่างเปล่า และเป็นจุดเริ่มต้นของความหมกมุ่นในการเฝ้าดู
ชายผู้บุกรุก (เพศชาย)
ปรากฏเพียงในไฟล์วิดีโอวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2026 เป็นตัวกระตุ้นเหตุการณ์ทั้งหมด ไม่มีความชั่วร้ายแบบปีศาจ แต่เป็นความบังเอิญรุนแรงที่สะท้อนความเปราะบางของชีวิต
👍 บทวิจารณ์ นิยายซีรีส์ ดวงตาที่สามสิบสอง 1296
"ดวงตาที่สามสิบสอง" เป็นงานสยองขวัญเชิงปรัชญาที่ใช้สินค้าเทคโนโลยีเป็นแกนกลางของเรื่องได้อย่างแนบเนียนจนน่าตกใจ ผู้เขียนไม่ได้ทำให้ Vstarcam CS55 เป็นเพียงพร็อพ แต่เปลี่ยนสเปกทางเทคนิค ความละเอียด 3MP 1296P, AI+ Human Detection, อินฟราเรด 20-30 เมตร, การ์ด 128GB ที่เก็บได้ 15 วัน, การบีบอัด H.264+ ให้กลายเป็นภาษาของความเหงาและความตาย ทุกตัวเลขกลายเป็นจังหวะของหัวใจที่หยุดเต้น
จุดแข็งที่สุดคือการผสมผสานสองขั้วที่ดูขัดแย้งกัน คือ horror แบบเย็นเยียบกับ romance แบบมนุษย์-เทพ โดยไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเสียน้ำหนัก ความสยองไม่ได้มาจากการหลอกหลอนแบบตุ้งแช่ แต่มาจากการตระหนักว่ามนุษย์ในยุคกล้องวงจรปิดมีค่าเท่ากับพิกเซลที่ถูกลบเมื่อหน่วยความจำเต็ม ความรักระหว่างชายผู้บรรยายกับอรุณีจึงไม่ใช่รักหวาน แต่เป็นการยอมรับความไร้ความหมายร่วมกัน และเลือกที่จะ "ถูกจำ" แทนที่จะ "มีความหมาย"
ภาษาเขียนมีความเป็นวรรณกรรมสูง ประโยคสั้นสลับยาว สร้างจังหวะเหมือนเฟรมวิดีโอ 15 เฟรมต่อวินาที การบรรยายภาพผ่านเลนส์ทำให้ผู้อ่านรู้สึกเหมือนกำลังดูแอป Eye4 ไปพร้อมกับตัวละคร ความโรแมนติกถูกถ่ายทอดผ่านบทสนทนาทางลำโพงที่แตกพร่า ซึ่งกลับกลายเป็นความใกล้ชิดที่สุดในเรื่อง
สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้โดดเด่นคือเนื้อเรื่องที่ทำงานโดยไม่ต้องอาศัยการเฉลยตรงๆ ผู้อ่านจะค่อยๆ สะสมความไม่สอดคล้องเล็กๆ จากรายละเอียดทางเทคนิค จนเมื่อความจริงเปิดเผย มันไม่รู้สึกเหมือนกลลวง แต่เหมือนความทรงจำที่ถูกลืมกลับมาเอง ตอนจบไม่ได้ให้คำตอบแบบปลอบโยน แต่ให้ภาพนิ่งภาพเดียวที่ความละเอียด 2304x1296 ซึ่งทรงพลังกว่าบทสรุปใดๆ
หากมีจุดที่ต้องพัฒนา คือช่วงต้นที่ใช้เวลาปูพื้นความเหงาค่อนข้างนานสำหรับผู้อ่านที่คาดหวังความสยองเร็ว แต่เมื่อมองในภาพรวม ความช้าเหล่านั้นคือการตั้งค่าชัตเตอร์ที่จำเป็น
"ดวงตาที่สามสิบสอง" คือเรื่องสั้นที่เปลี่ยนกล้องวงจรปิดราคาประหยัดให้กลายเป็นเครื่องรางของความรักและความตาย เป็นงานที่บอกเราว่าในโลกที่ทุกอย่างถูกบันทึกไว้ บางครั้งสิ่งที่มองเราอยู่ อาจกำลังรอให้เรามองกลับไปเช่นกัน
กล้องวงจรปิดไร้สาย Vstarcam CS55 (CS56-5G) 3MP 1296P Outdoor AI+
กล้องวงจรปิดไร้สาย Vstarcam CS55 (CS56-5G) 3MP 1296P Outdoor AI+ คมชัดระดับ Super HD 3 ล้านพิกเซล มองเห็นชัดทั้งกลางวันและกลางคืนด้วยอินฟราเรดไกล 20–30 เมตร มาพร้อม AI+ ตรวจจับมนุษย์แม่นยำ ลดแจ้งเตือนหลอก
ตัวเครื่องกันน้ำ IP66 ติดตั้งนอกบ้านได้ทันที เชื่อมต่อได้ทั้ง WiFi 2.4GHz/5GHz และสาย LAN ดูภาพสด คุยตอบโต้สองทางผ่านแอป Eye4 เมนูไทย รองรับ MicroSD สูงสุด 256GB และ NVR
เหมาะสำหรับบ้าน ร้านค้า โกดัง หรือออฟฟิศที่ต้องการความปลอดภัยแบบดูง่าย ติดตั้งเองได้ ไม่ต้องเดินสายให้ยุ่งยาก ภาพชัด เสียงชัด AI ฉลาด ในราคาคุ้มค่า คุ้มกว่ากล้อง 2MP ทั่วไป
อยากได้ความอุ่นใจ 24 ชั่วโมง เลือก Vstarcam CS55 วันนี้ ปกป้องทรัพย์สินได้ทันที
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ความละเอียดภาพ | 3MP 2304×1296 (1296P) @15fps, รองรับ 1080P 1920×1080 @15fps |
| เซ็นเซอร์ภาพ | 1/2.7" Progressive Scan CMOS |
| เลนส์ / มุมมอง | เลนส์ 4mm F2.0, มุมทแยงประมาณ 91°–101° |
| การบีบอัด | H.264 Main Profile / Motion-JPEG / JPEG, บิตเรต 128–4096 kbps |
| ภาพกลางคืน | IR-CUT อัตโนมัติ, LED อินฟราเรด 6 ดวง + ไฟเตือนแดง/น้ำเงิน 2 ดวง, ระยะส่อง 20–30 เมตร |
| ความไวแสง | 0.5 Lux (สี), 0.1 Lux (ขาวดำ) |
| ฟังก์ชัน AI+ | ตรวจจับมนุษย์, กรอบร่างมนุษย์, ตรวจจับพื้นที่กำหนด, ตรวจจับการหายไป, แจ้งเตือนทันที |
| เสียง | ไมโครโฟนในตัว -38dB, ลำโพงในตัว 8Ω 2W (คุยสองทางได้) |
| การเชื่อมต่อ | Wi-Fi IEEE802.11 b/g/n 2.4GHz (รุ่น CS56-5G รองรับ Dual-band 2.4/5GHz), พอร์ต LAN RJ45 10/100Mbps, รองรับ AP Mode |
| โปรโตคอล | TCP/IP, HTTP, DHCP, DNS, NTP, RTSP, P2P, ONVIF |
| ที่เก็บข้อมูล | MicroSD/TF สูงสุด 256GB, รองรับ Cloud Storage, NVR, NAS |
| แอปใช้งาน | O-KAM Pro / Eye4 (iOS, Android, Windows), ดูพร้อมกันได้ 4 ผู้ใช้ |
| มาตรฐานกันน้ำ | IP66 สำหรับใช้งานภายนอก |
| ไฟเลี้ยง | DC 12V ±5%, กินไฟปกติ 4.2W, สูงสุด 4.32W |
| สภาพแวดล้อม | ทำงาน -10°C ถึง 45°C, ความชื้น น้อยกว่า 90% |
| ขนาด / น้ำหนัก | ตัวกล้อง 202×71×68 มม., น้ำหนักสุทธิประมาณ 190 กรัม |
| ระบบปฏิบัติการ | Embedded Linux, CPU Ingenic, หน่วยความจำ 512Mb |
