เวลาที่เหลือของหน่วยเจ็ด Borrowed Time
นาฬิกา CASIO MTP-VD01D-2BVUDF หน้าปัดสีน้ำเงิน 7 เรือน ถูกเบิกจากคลังแสงในปี 2014 พร้อมคำสั่งสั้นๆ ว่า "เอาไปแล้วอย่าถอด" 12 ปีต่อมา นาฬิกาเหล่านั้นกลับมาที่โต๊ะของ ร.ต.อ. ณัฐพล ทีละเรือน พร้อมศพของเพื่อนร่วมหน่วยเก่าที่ตายในท่านอนเดียวกัน เวลาเดียวกัน 03:17:42
ข้อมูล คาสิโอ MTP-VD01D-2BVUDF นาฬิกาข้อมือสเตนเลสสตีล หน้าปัดสีน้ำเงิน สไตล์คลาสสิก
มันไม่ใช่นาฬิกาแพง มันกันน้ำได้ 50 เมตร แบตเตอรี่อยู่ได้ 3 ปี และควรจะหยุดเดินไปนานแล้ว แต่ทำไมมันยังเดินอยู่ และทำไมมันถึงเลือกหยุดพร้อมกับลมหายใจของคนที่เคยสาบานในป่าลาว
ไม่มีรอยเลือด ไม่มีปืนลั่น มีเพียงเสียงติ๊กของเข็มวินาทีที่กำลังนับถอยหลังไปหาหนี้ที่ยังไม่ได้จ่าย
👉 นิยายซีรีส์ เวลาที่เหลือของหน่วยเจ็ด Borrowed Time
ผมชื่อ "ณัฐพล" เป็นร้อยตำรวจเอกอยู่กองสืบสวนนครบาล 1 ก่อนจะย้ายมาถือแฟ้มคดีฆาตกรรม ผมเคยเป็นทหารอยู่หน่วยรบพิเศษอยู่ 6 ปีเต็ม เรื่องนั้นเพื่อนร่วมงานหลายคนรู้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าผมออกจากป่าชายแดนลาวในปี 2014 ด้วยเหตุผลอะไร ไม่ใช่เพราะบาดเจ็บ ไม่ใช่เพราะถูกปลด แต่เพราะผมเป็นคนเดียวในทีม 7 คนที่ยอมถอดนาฬิกาออก
คดีแรกมาถึงโต๊ะผมเช้าวันอังคารที่ 22 เมษายน 2026 ศพชายอายุ 49 ปีชื่อ "สมาน" อดีตจ่าสิบเอกทหารช่าง พบเสียชีวิตในห้องเช่าซอยสุขุมวิท 71 สภาพศพนอนหงายบนเตียง มือขวากำผ้าห่ม มือซ้ายวางราบ ไม่มีร่องรอยต่อสู้ ไม่มีบาดแผล
แพทย์นิติเวชลงความเห็นเบื้องต้นว่าหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน สิ่งที่ทำให้ผมหยุดมองนานกว่าปกติคือของบนข้อมือซ้ายของเขา นาฬิกาข้อมือ CASIO รุ่น MTP-VD01D-2BVUDF ตัวเรือนสเตนเลสสตีลสีเงิน หน้าปัดสีน้ำเงินเข้ม ขนาด 49 x 45 x 10.3 มม. น้ำหนักประมาณ 118 กรัม สายพับสามทบยังล็อกแน่น กระจกมิเนอรัลไม่มีรอยแม้แต่นิดเดียว
เข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีชี้ค้างอยู่ที่ 03:17 ส่วนเข็มวินาทีหยุดที่เลข 42 วันที่บนหน้าปัดค้างอยู่ที่ 14
3 วันต่อมา มีศพที่2 ชื่อ "ประทีป" อายุ 52 ปี อดีตพลแม่นปืน พบในแฟลตดินแดง ท่านอนเดียวกัน มือซ้ายวางราบ นาฬิกาเรือนเดียวกัน สีเดียวกัน รุ่นเดียวกัน หยุดที่ 03:17:42 วันที่ 14 เหมือนกันเป๊ะ
ผมเริ่มขอประวัติจากกองทัพบก ทั้ง 2 คนเคยอยู่หน่วยเฉพาะกิจอินทรี 7 ในปี 2013 ถึง 2014 หน่วยเดียวกับผม
ศพที่ 3 มาถึงในคืนวันศุกร์ ชื่อ "ชัยวัฒน์" อายุ 50 ปี พบในบ้านเช่าที่รังสิต คราวนี้มีรายละเอียดเพิ่ม ตำรวจท้องที่ถ่ายรูปที่เกิดเหตุไว้ชัดเจน บนโต๊ะข้างเตียงมีแก้วน้ำคว่ำอยู่ น้ำซึมลงพื้นไม้เป็นวงกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร นาฬิกาบนข้อมือเขายังเป็น MTP-VD01D-2BVUDF เรือนเดิม แต่คราวนี้ฝาหลังถูกขูดจนเลข serial หายไปหมด
ผมเอาแว่นขยายส่องดูขอบตัวเรือน มีรอยขีดเล็กๆ สามขีดซ้อนกัน เป็นสัญลักษณ์ที่ผมจำได้ดี เพราะผมเคยเห็นมันบนประตูไม้ไผ่ของกระท่อมหมอผีที่บ้านห้วยทราย
คืนนั้นผมกลับไปที่แฟลต เอากล่องเหล็กใต้เตียงออกมา ในนั้นมีของที่ผมไม่แตะมา 12 ปี นาฬิกา CASIO สเตนเลสสีเงินหน้าปัดน้ำเงินเรือนหนึ่ง สายยังเป็นรอยบุบจากการกระแทกหิน
ผมจำได้ว่าผมได้รับมันพร้อมกับเพื่อนอีก 6 คนจากคลังสรรพาวุธก่อนเข้าปฏิบัติการลึกในแขวงไซยะบุรี มันไม่ใช่นาฬิกาแพง มันทน มันกันน้ำ 50 เมตร มันใช้ถ่าน SR626SW ที่บริษัทเคลมว่าอยู่ได้ 3 ปี ความแม่นยำ ±20 วินาทีต่อเดือน สำหรับทหารที่ต้องลุยโคลน มันดีพอแล้ว
ปี 2014 เรา 7 คนถูกซุ่มโจมตีที่ร่องห้วย วิทยุใช้ไม่ได้ เสบียงหมด คนนำทางตาย เราเดินหลงอยู่ 3 วัน 3 คืน จนไปเจอหมู่บ้านร้าง มีชายแก่คนหนึ่งพูดไทยได้เล็กน้อย เขาบอกว่าทางออกมี แต่ต้องจ่าย
เขาพาเราไปที่ศาลไม้ ให้เราวางนาฬิกาทั้ง 7 เรือนบนผ้าขาว ตั้งเวลาให้ตรงกันที่ 03:17 เขาบอกว่านี่คือเวลาที่ประตูเปิด เป็นเวลาที่วิญญาณของป่าจะหลับ ให้เราสาบานว่าจะคืนเวลาที่ขอยืมมาคนละ 3 ปี แลกกับการได้กลับบ้าน
ผมในตอนนั้นอายุ 26 ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ผมก็ทำตามเพราะเพื่อนทำ หมอผีคนนั้นเอามีดกรีดเลือดจากนิ้วเราแตะลงบนเม็ดมะยมของแต่ละเรือน แล้วให้เราสวมกลับ
เรารอดออกมาจริง เฮลิคอปเตอร์มารับเช้าวันที่ 15 หลังจากนั้น 6 เดือนผมยื่นลาออก ผมถอดนาฬิกาเรือนนั้นออกในคืนที่กลับถึงกรุงเทพแล้วโยนลงกล่อง ไม่เคยใส่อีกเลย เพื่อนอีก 6 คนยังใส่
ผมนั่งดูนาฬิกาในมือตัวเองตอนตี 2 ของคืนวันเสาร์ มันยังเดินอยู่ เข็มวินาทีขยับไปเรื่อยๆ ทั้งที่ถ่านควรจะหมดไปตั้งแต่ปี 2017 นั่นทำให้ผมเข้าใจว่าผมไม่ได้ตามล่าฆาตกร ผมกำลังตามดูใบเสร็จของสัญญา
นาฬิกา 3 เรือนที่หยุดที่ 03:17:42 ไม่ได้เสีย มันหมดอายุขัยที่แท้จริง 3 ปีที่ยืมมาบวกกับ 9 ปีที่เลยกำหนด มันหยุดพร้อมกันเพราะถึงเวลาต้องจ่ายคืน วันที่ 14 ที่ค้างอยู่บนหน้าปัดไม่ใช่วันที่ 14 เมษายน แต่เป็นวันที่ 14 ของเดือนที่เราทำพิธี คือ 14 พฤศจิกายน 2014
ผมโทรหา "พันเอกวิชัย" อดีตผู้บังคับหน่วย ตอนนี้เกษียณแล้วอยู่เชียงใหม่ เขาเงียบไปนานก่อนตอบว่าเหลือเราอีก 2 คน คือผมกับเขา เขาบอกว่าเขาเอานาฬิกาไปทิ้งแม่น้ำโขงตั้งแต่ปี 2019 เพราะฝันร้ายซ้ำๆ ว่ามีคนมาเคาะประตูตอนตี 3 สิบเจ็ดนาทีทุกคืน ผมถามว่าทำไมไม่บอกพวกเรา เขาตอบว่าหมอผีสั่งห้ามพูด ถ้าพูดเวลาจะเร่ง
ตี 3 สิบห้านาทีของคืนนั้น ผมนั่งอยู่ในห้องสืบสวนคนเดียว เปิดแฟ้มรูปศพทั้งสามเรียงกัน ผมเอานาฬิกาของผมวางบนโต๊ะเทียบกับรูปถ่าย นาฬิกาของสมาน ประทีป ชัยวัฒน์ มีรอยบุบที่ตำแหน่งเดียวกันที่ขอบ 9 นาฬิกา รอยเดียวกับของผม รอยที่เกิดจากสะเก็ดระเบิด RPG ในคืนที่เราหนี ผมเพิ่งสังเกตว่านาฬิกาของผมก็มีรอยนั้น ทั้งที่ผมจำได้ว่าตอนถอดเก็บมันไม่มี
เข็มวินาทีของผมกระตุกเล็กน้อยที่ 03:16:58 แล้วเดินต่อ ผมรู้สึกเย็นที่ข้อมือซ้ายทั้งที่ไม่ได้ใส่นาฬิกา ผมมองลงไปเห็นรอยสายสเตนเลสจางๆ บนผิวหนัง รอยที่เกิดจากการใส่ของหนัก 118 กรัมมาเป็นปี ผมลุกไปล้างหน้าที่ห้องน้ำ มองกระจกแล้วเห็นหน้าตัวเองอายุ 38 แต่ดวงตามีเส้นเลือดฝอยแตกเหมือนคนอดนอนมา 12 ปี
ผมกลับมานั่ง ตัดสินใจทำสิ่งที่ควรทำตั้งแต่ปี 2014 ผมหยิบค้อนยางจากลิ้นชัก เอานาฬิกาวางบนผ้า แล้วทุบลงบนกระจกมิเนอรัลเต็มแรง กระจกไม่แตกในครั้งแรก ครั้งที่สองมีรอยร้าวเป็นใย ครั้งที่สามเข็มชั่วโมงหลุด กระเด็นไปโดนขอบโต๊ะ ผมนั่งหอบ มองเวลาบนผนังห้อง 03:17:00 พอดี วินาทีนั้นไฟในห้องกระพริบหนึ่งครั้ง แล้วทุกอย่างก็สงัด
ผมตื่นขึ้นเพราะเสียงโทรศัพท์ของจ่าในทีมตอน 07:30 เขาบอกว่าพบศพที่สี่ที่เชียงใหม่ พันเอกวิชัยเสียชีวิตบนเตียงในท่านอนหงาย มือซ้ายวางราบ สวมนาฬิกา CASIO หน้าปัดน้ำเงินหยุดที่ 03:17:42
ผมบอกให้เขาส่งรูปมา รูปที่ส่งมาคือมือของวิชัยที่สวมนาฬิกาเรือนที่ผมจำได้ดี เพราะที่ฝาหลังมีรอยขีดสามขีด และที่ขอบ 9 นาฬิกามีรอยบุบจากสะเก็ดระเบิด
ผมก้มมองโต๊ะทำงานตัวเอง นาฬิกาที่ผมทุบเมื่อคืนหายไป บนโต๊ะมีเพียงนาฬิกาดิจิทัลราคาถูกที่ผมใช้จับเวลาวิ่งทุกเช้า ผมเปิดลิ้นชักล่างสุดที่เก็บกล่องเหล็ก กล่องยังอยู่ เปิดออก ข้างในว่างเปล่า ไม่มีนาฬิกาสเตนเลสเรือนนั้นอีกแล้ว
บ่ายวันนั้นผมขอเปิดดูกล้องวงจรปิดในห้องสืบสวนช่วงตี 3 ถึงตี 4 ภาพแสดงให้เห็นเก้าอี้ของผมว่างเปล่าตั้งแต่ 02:55 ไม่มีใครนั่งอยู่เลยจนถึง 06:00 บนโต๊ะไม่มีนาฬิกา ไม่มีค้อน ไม่มีผ้า มีเพียงแฟ้มคดีสามแฟ้มวางซ้อนกัน
ผมโทรกลับไปหาจ่า ถามว่าศพพันเอกวิชัยสวมนาฬิการุ่นอะไร เขาอ่านจากรายงานว่า CASIO MTP-VD01D-2BVUDF สายสเตนเลส หน้าปัดน้ำเงิน
ผมถามต่อว่าเลข serial ล่ะ เขาบอกว่าถูกขูดออกหมด แต่ช่างภาพถ่ายมาโครไว้ เห็นรอยตอกเล็กๆ ใต้ฝาหลัง เป็นตัวเลข 7 หลัก ผมให้เขาอ่านออกมา เขาอ่านช้าๆ 7143291 ผมหยุดหายใจ นั่นคือเลขประจำตัวทหารของผม
รายงานชันสูตรของผมเองถูกพิมพ์ออกมาในเช้าวันถัดมาโดยที่ผมยังนั่งอ่านอยู่ ระบุเวลาตายโดยประมาณ 03:17 น. ของวันที่ 15 พฤศจิกายน 2014 สาเหตุการเสียชีวิตคือภาวะหัวใจหยุดเต้นจากแรงระเบิด
สถานที่พบศพคือร่องห้วยไซยะบุรี พร้อมกับศพเพื่อนร่วมหน่วยอีก 6 คน ของกลางในที่เกิดเหตุมีนาฬิกา CASIO สเตนเลสสตีล 7 เรือน ตั้งเวลาตรงกันที่ 03:17 วันที่ 14 ทั้งหมดยังเดินอยู่ด้วยถ่านใหม่
นาฬิกาเรือนที่เจ็ดที่ยังเดินอยู่จนถึงวันนี้ถูกเก็บไว้ในคลังหลักฐานของกองทัพ มีป้ายชื่อติดไว้ว่า ร.ต.อ. ณัฐพล ผู้รอดชีวิตจากการปฏิบัติการ และมีบันทึกเพิ่มเติมด้วยลายมือของหมอผีคนเดิมที่เพิ่งถูกแปลเมื่อเดือนที่แล้วว่า
พิธีผูกเวลาไม่ได้ให้ยืมชีวิต แต่ให้ยืมความทรงจำ 3 ปี เพื่อให้วิญญาณได้เดินกลับบ้านและบอกคนที่ยังอยู่ ว่าประตูปิดแล้ว
👍 ตัวละครจากนิยายซีรีส์ เวลาที่เหลือของหน่วยเจ็ด Borrowed Time
ร.ต.อ. ณัฐพล (เพศชาย, อายุ 38 ปี)
อดีตทหารหน่วยรบพิเศษ ปัจจุบันเป็นพนักงานสอบสวนกองสืบสวนนครบาล 1 คาแร็กเตอร์เป็นคนนิ่ง พูดน้อย ทำงานด้วยระบบและตัวเลข เชื่อในหลักฐานมากกว่าความเชื่อ แต่ลึกๆ แบกความรู้สึกผิดของผู้รอดชีวิตมา 12 ปี เขาเก็บทุกอย่างเป็นระเบียบ แต่ไม่เคยจัดระเบียบความทรงจำของตัวเอง เป็นตัวเดินเรื่องที่ใช้สายตาตำรวจมองโลก แต่ใช้หัวใจทหารตัดสิน
จ่าสิบเอก สมาน (เพศชาย, อายุ 49 ปี)
เหยื่อรายที่ 1 อดีตทหารช่างของหน่วยอินทรี 7 นิสัยละเอียด ชอบซ่อมนาฬิกาให้เพื่อนในหน่วย เป็นคนเงียบขรึมที่สุดในทีม หลังปลดประจำการเปิดร้านซ่อมเล็กๆ ที่สุขุมวิท
จ่าสิบเอก ประทีป (เพศชาย, อายุ 52 ปี)
เหยื่อรายที่ 2 อดีตพลแม่นปืน เยือกเย็น พูดตรง เป็นคนเดียวที่จดบันทึกภารกิจทุกครั้งด้วยลายมือ
จ่าสิบเอก ชัยวัฒน์ (เพศชาย, อายุ 50 ปี)
เหยื่อรายที่ 3 อารมณ์ร้อนที่สุดในทีม แต่ซื่อสัตย์กับคำสาบาน หลังออกจากราชการมีปัญหาการนอน
พันเอก วิชัย (เพศชาย, อายุ 64 ปี)
อดีตผู้บังคับหน่วยอินทรี 7 เกษียณแล้วไปอยู่เชียงใหม่ เป็นผู้นำแบบพ่อปกครองลูกน้อง ภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ภายในเต็มไปด้วยความกลัวที่สะสมมา เขาเป็นคนแรกที่พยายามทำลายสัญญาด้วยการทิ้งของ
ลุงคำ หมอผีบ้านห้วยทราย (เพศชาย, อายุประมาณ 70 ปี)
ไม่ใช่หมอผีตามภาพจำทั่วไป เขาใส่เสื้อเชิ้ตเก่า พูดไทยปนลาว สำเนียงราบเรียบ เป็นผู้ทำพิธี "ผูกเวลา" ให้หน่วยทหารในปี 2014 ตัวละครนี้เป็นตัวแทนของความเชื่อแบบชายแดน ที่ไม่ตัดสินว่าอะไรจริงหรือไม่จริง
จ่าสมศักดิ์ (เพศชาย, อายุ 35 ปี)
ลูกน้องในทีมสืบสวนของณัฐพล เป็นตำรวจรุ่นใหม่ที่ถนัดเทคโนโลยี เป็นเสียงของเหตุผลในเรื่อง คอยดึงณัฐพลกลับมาสู่โลกของแฟ้มคดี
👍 บทวิจารณ์ นิยายซีรีส์ เวลาที่เหลือของหน่วยเจ็ด Borrowed Time
"เวลาที่เหลือของหน่วยเจ็ด" เป็นงานที่ผสม Police Procedural เข้ากับ Occult Mystery ได้แนบเนียนโดยไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดูเกินจริง ผู้เขียนใช้โครงสร้างของนิยายสืบสวนแบบคลาสสิก คือการไล่จากศพที่ 1 ไป 2 ไป 3 แล้วค่อยย้อนกลับไปที่ต้นตอ แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างออกไปคือการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เป็นของสามัญมาก คือ นาฬิกา CASIO MTP-VD01D-2BVUDF มาเป็นศูนย์กลางของความลึกลับ
จุดแข็งที่สุดคือการบรรยายรายละเอียดของวัตถุแบบทหาร ตำรวจจะสังเกตเห็นน้ำหนัก 118 กรัม ความทนของกระจกมิเนอรัล ระบบล็อกพับสามทบ หรืออายุถ่าน SR626SW ที่ 3 ปี ไม่ใช่การยัดสเปก แต่เป็นการใช้ข้อมูลพวกนี้เป็นเบาะแสในการสืบสวน ทำให้คนอ่านที่เป็นสายอาชีพรู้สึกว่าผู้เขียนทำการบ้านมาจริง
ด้านบรรยากาศ ผู้เขียนเลี่ยงฉากสยองขวัญแบบโฉ่งฉ่าง แล้วเลือกใช้ความสงัดของห้องสืบสวนตอนตี 3 กับเสียงเข็มวินาทีเดินเป็นตัวสร้างความกดดันแทน ซึ่งเข้ากับโทน Military Fiction ที่เน้นวินัยและความเงียบมากกว่าผีหลอก
ตัวละครณัฐพลถูกสร้างให้เป็นสะพานเชื่อมสองโลก คือโลกของตำรวจที่ต้องหาหลักฐาน และโลกของทหารที่เคยสาบานด้วยเลือด ความขัดแย้งภายในของเขาไม่ได้ถูกเล่าด้วยบทพูดยาว แต่ถูกแสดงผ่านการกระทำเล็กๆ เช่นการเก็บนาฬิกาไว้ในกล่องเหล็ก 12 ปีโดยไม่ทิ้ง
งานนี้ไม่ใช้ตัวช่วยแบบเหนือธรรมชาติมาอธิบายทุกอย่าง ผู้เขียนปล่อยให้ผู้อ่านตีความเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือผลของพิธีกรรม หรือเป็นอาการ PTSD ของทหารที่รอดมา ซึ่งเป็นแนวทางที่ฉลาดสำหรับนิยายสายอาชีพ
ข้อสังเกตเล็กน้อยคือช่วงเล่าย้อนอดีตที่ลาวอาจจะต้องการพื้นที่มากกว่านี้อีกนิด เพื่อให้สายสัมพันธ์ของหน่วย 7 คนแน่นแฟ้นขึ้นก่อนจะเกิดเหตุการณ์ แต่โดยรวมจังหวะการปล่อยข้อมูลทำได้ดี ไม่รีบเฉลย
นี่คือนิยายสืบสวนที่เคารพคนอ่าน ให้ทั้งความสมจริงของงานตำรวจทหาร และความสั่นไหวแบบลึกลับที่ใช้ของใกล้ตัวอย่างนาฬิกาข้อมือเรือนละไม่กี่พันบาท มาสร้างคำถามใหญ่เรื่องเวลา หนี้สัญญา และความทรงจำที่เราเลือกจะเก็บไว้ได้นานกว่าถ่าน 3 ปีหรือไม่
คาสิโอ MTP-VD01D-2BVUDF นาฬิกาข้อมือสเตนเลสสตีล หน้าปัดสีน้ำเงิน สไตล์คลาสสิก
คาสิโอ MTP-VD01D-2BVUDF นาฬิกาข้อมือสเตนเลสสตีล หน้าปัดสีน้ำเงิน สไตล์คลาสสิก นาฬิกา Casio ผู้ชายที่เรียบหรู ใส่ง่ายได้ทุกวัน ตั้งแต่วันทำงานจนถึงวันสำคัญ
ตัวเรือนและสายสเตนเลสแท้ทนทาน น้ำหนักพอดีมือ กันน้ำ 50 เมตร ล้างมือโดนฝนได้สบาย กระจกมิเนอรัลใสทนรอย พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน 3 ปี ในราคาคุ้มค่า ของแท้รับประกันศูนย์ 1 ปี
| รายการ | รายละเอียด |
|---|---|
| แบรนด์ | CASIO (คาสิโอ) |
| รุ่น | MTP-VD01D-2BVUDF |
| วัสดุตัวเรือน | สเตนเลสสตีล |
| วัสดุสาย | สเตนเลสสตีล |
| สีหน้าปัด | น้ำเงิน |
| ขนาดตัวเรือน | 49 × 45 × 10.3 มม. (กว้าง x ยาว x หนา) |
| น้ำหนัก | 118 กรัม |
| กระจก | กระจกมิเนอรัล |
| ตัวล็อคสาย | พับสามทบ |
| ระบบการทำงาน | ควอตซ์ 3 เข็ม (ชั่วโมง, นาที, วินาที) |
| ฟังก์ชัน | แสดงวันที่ |
| ความแม่นยำ | ±20 วินาทีต่อเดือน |
| การกันน้ำ | 50 เมตร (ล้างมือ, โดนฝนได้ ไม่เหมาะกับว่ายน้ำ) |
| แบตเตอรี่ | SR626SW |
| อายุแบตเตอรี่ | ประมาณ 3 ปี |
| การรับประกัน | รับประกันศูนย์ 1 ปี |
