เวลาที่เหลือของหน่วยเจ็ด Borrowed Time


นาฬิกา CASIO MTP-VD01D-2BVUDF หน้าปัดสีน้ำเงิน 7 เรือน ถูกเบิกจากคลังแสงในปี 2014 พร้อมคำสั่งสั้นๆ ว่า "เอาไปแล้วอย่าถอด"  12 ปีต่อมา นาฬิกาเหล่านั้นกลับมาที่โต๊ะของ ร.ต.อ. ณัฐพล ทีละเรือน พร้อมศพของเพื่อนร่วมหน่วยเก่าที่ตายในท่านอนเดียวกัน เวลาเดียวกัน 03:17:42

มันไม่ใช่นาฬิกาแพง มันกันน้ำได้ 50 เมตร แบตเตอรี่อยู่ได้ 3 ปี และควรจะหยุดเดินไปนานแล้ว แต่ทำไมมันยังเดินอยู่ และทำไมมันถึงเลือกหยุดพร้อมกับลมหายใจของคนที่เคยสาบานในป่าลาว

ไม่มีรอยเลือด ไม่มีปืนลั่น มีเพียงเสียงติ๊กของเข็มวินาทีที่กำลังนับถอยหลังไปหาหนี้ที่ยังไม่ได้จ่าย


👉 นิยายซีรีส์ เวลาที่เหลือของหน่วยเจ็ด Borrowed Time

ผมชื่อ "ณัฐพล" เป็นร้อยตำรวจเอกอยู่กองสืบสวนนครบาล 1 ก่อนจะย้ายมาถือแฟ้มคดีฆาตกรรม ผมเคยเป็นทหารอยู่หน่วยรบพิเศษอยู่ 6 ปีเต็ม เรื่องนั้นเพื่อนร่วมงานหลายคนรู้ แต่ไม่มีใครรู้ว่าผมออกจากป่าชายแดนลาวในปี 2014 ด้วยเหตุผลอะไร ไม่ใช่เพราะบาดเจ็บ ไม่ใช่เพราะถูกปลด แต่เพราะผมเป็นคนเดียวในทีม 7 คนที่ยอมถอดนาฬิกาออก

คดีแรกมาถึงโต๊ะผมเช้าวันอังคารที่ 22 เมษายน 2026 ศพชายอายุ 49 ปีชื่อ "สมาน" อดีตจ่าสิบเอกทหารช่าง พบเสียชีวิตในห้องเช่าซอยสุขุมวิท 71 สภาพศพนอนหงายบนเตียง มือขวากำผ้าห่ม มือซ้ายวางราบ ไม่มีร่องรอยต่อสู้ ไม่มีบาดแผล 

แพทย์นิติเวชลงความเห็นเบื้องต้นว่าหัวใจหยุดเต้นเฉียบพลัน สิ่งที่ทำให้ผมหยุดมองนานกว่าปกติคือของบนข้อมือซ้ายของเขา นาฬิกาข้อมือ CASIO รุ่น MTP-VD01D-2BVUDF ตัวเรือนสเตนเลสสตีลสีเงิน หน้าปัดสีน้ำเงินเข้ม ขนาด 49 x 45 x 10.3 มม. น้ำหนักประมาณ 118 กรัม สายพับสามทบยังล็อกแน่น กระจกมิเนอรัลไม่มีรอยแม้แต่นิดเดียว 

เข็มชั่วโมงกับเข็มนาทีชี้ค้างอยู่ที่ 03:17 ส่วนเข็มวินาทีหยุดที่เลข 42 วันที่บนหน้าปัดค้างอยู่ที่ 14

3 วันต่อมา มีศพที่2 ชื่อ "ประทีป" อายุ 52 ปี อดีตพลแม่นปืน พบในแฟลตดินแดง ท่านอนเดียวกัน มือซ้ายวางราบ นาฬิกาเรือนเดียวกัน สีเดียวกัน รุ่นเดียวกัน หยุดที่ 03:17:42 วันที่ 14 เหมือนกันเป๊ะ 

ผมเริ่มขอประวัติจากกองทัพบก ทั้ง 2 คนเคยอยู่หน่วยเฉพาะกิจอินทรี 7 ในปี 2013 ถึง 2014 หน่วยเดียวกับผม

ศพที่ 3 มาถึงในคืนวันศุกร์ ชื่อ "ชัยวัฒน์" อายุ 50 ปี พบในบ้านเช่าที่รังสิต คราวนี้มีรายละเอียดเพิ่ม ตำรวจท้องที่ถ่ายรูปที่เกิดเหตุไว้ชัดเจน บนโต๊ะข้างเตียงมีแก้วน้ำคว่ำอยู่ น้ำซึมลงพื้นไม้เป็นวงกว้างประมาณ 50 เซนติเมตร นาฬิกาบนข้อมือเขายังเป็น MTP-VD01D-2BVUDF เรือนเดิม แต่คราวนี้ฝาหลังถูกขูดจนเลข serial หายไปหมด 

ผมเอาแว่นขยายส่องดูขอบตัวเรือน มีรอยขีดเล็กๆ สามขีดซ้อนกัน เป็นสัญลักษณ์ที่ผมจำได้ดี เพราะผมเคยเห็นมันบนประตูไม้ไผ่ของกระท่อมหมอผีที่บ้านห้วยทราย

คืนนั้นผมกลับไปที่แฟลต เอากล่องเหล็กใต้เตียงออกมา ในนั้นมีของที่ผมไม่แตะมา 12 ปี นาฬิกา CASIO สเตนเลสสีเงินหน้าปัดน้ำเงินเรือนหนึ่ง สายยังเป็นรอยบุบจากการกระแทกหิน 

ผมจำได้ว่าผมได้รับมันพร้อมกับเพื่อนอีก 6 คนจากคลังสรรพาวุธก่อนเข้าปฏิบัติการลึกในแขวงไซยะบุรี มันไม่ใช่นาฬิกาแพง มันทน มันกันน้ำ 50 เมตร มันใช้ถ่าน SR626SW ที่บริษัทเคลมว่าอยู่ได้ 3 ปี ความแม่นยำ ±20 วินาทีต่อเดือน สำหรับทหารที่ต้องลุยโคลน มันดีพอแล้ว

ปี 2014 เรา 7 คนถูกซุ่มโจมตีที่ร่องห้วย วิทยุใช้ไม่ได้ เสบียงหมด คนนำทางตาย เราเดินหลงอยู่ 3 วัน 3 คืน จนไปเจอหมู่บ้านร้าง มีชายแก่คนหนึ่งพูดไทยได้เล็กน้อย เขาบอกว่าทางออกมี แต่ต้องจ่าย 

เขาพาเราไปที่ศาลไม้ ให้เราวางนาฬิกาทั้ง 7 เรือนบนผ้าขาว ตั้งเวลาให้ตรงกันที่ 03:17 เขาบอกว่านี่คือเวลาที่ประตูเปิด เป็นเวลาที่วิญญาณของป่าจะหลับ ให้เราสาบานว่าจะคืนเวลาที่ขอยืมมาคนละ 3 ปี แลกกับการได้กลับบ้าน 

ผมในตอนนั้นอายุ 26 ไม่เชื่อเรื่องพวกนี้ แต่ผมก็ทำตามเพราะเพื่อนทำ หมอผีคนนั้นเอามีดกรีดเลือดจากนิ้วเราแตะลงบนเม็ดมะยมของแต่ละเรือน แล้วให้เราสวมกลับ

เรารอดออกมาจริง เฮลิคอปเตอร์มารับเช้าวันที่ 15 หลังจากนั้น 6 เดือนผมยื่นลาออก ผมถอดนาฬิกาเรือนนั้นออกในคืนที่กลับถึงกรุงเทพแล้วโยนลงกล่อง ไม่เคยใส่อีกเลย เพื่อนอีก 6 คนยังใส่

ผมนั่งดูนาฬิกาในมือตัวเองตอนตี 2 ของคืนวันเสาร์ มันยังเดินอยู่ เข็มวินาทีขยับไปเรื่อยๆ ทั้งที่ถ่านควรจะหมดไปตั้งแต่ปี 2017 นั่นทำให้ผมเข้าใจว่าผมไม่ได้ตามล่าฆาตกร ผมกำลังตามดูใบเสร็จของสัญญา 

นาฬิกา 3 เรือนที่หยุดที่ 03:17:42 ไม่ได้เสีย มันหมดอายุขัยที่แท้จริง 3 ปีที่ยืมมาบวกกับ 9 ปีที่เลยกำหนด มันหยุดพร้อมกันเพราะถึงเวลาต้องจ่ายคืน วันที่ 14 ที่ค้างอยู่บนหน้าปัดไม่ใช่วันที่ 14 เมษายน แต่เป็นวันที่ 14 ของเดือนที่เราทำพิธี คือ 14 พฤศจิกายน 2014

ผมโทรหา "พันเอกวิชัย" อดีตผู้บังคับหน่วย ตอนนี้เกษียณแล้วอยู่เชียงใหม่ เขาเงียบไปนานก่อนตอบว่าเหลือเราอีก 2 คน คือผมกับเขา เขาบอกว่าเขาเอานาฬิกาไปทิ้งแม่น้ำโขงตั้งแต่ปี 2019 เพราะฝันร้ายซ้ำๆ ว่ามีคนมาเคาะประตูตอนตี 3 สิบเจ็ดนาทีทุกคืน ผมถามว่าทำไมไม่บอกพวกเรา เขาตอบว่าหมอผีสั่งห้ามพูด ถ้าพูดเวลาจะเร่ง

ตี 3 สิบห้านาทีของคืนนั้น ผมนั่งอยู่ในห้องสืบสวนคนเดียว เปิดแฟ้มรูปศพทั้งสามเรียงกัน ผมเอานาฬิกาของผมวางบนโต๊ะเทียบกับรูปถ่าย นาฬิกาของสมาน ประทีป ชัยวัฒน์ มีรอยบุบที่ตำแหน่งเดียวกันที่ขอบ 9 นาฬิกา รอยเดียวกับของผม รอยที่เกิดจากสะเก็ดระเบิด RPG ในคืนที่เราหนี ผมเพิ่งสังเกตว่านาฬิกาของผมก็มีรอยนั้น ทั้งที่ผมจำได้ว่าตอนถอดเก็บมันไม่มี

เข็มวินาทีของผมกระตุกเล็กน้อยที่ 03:16:58 แล้วเดินต่อ ผมรู้สึกเย็นที่ข้อมือซ้ายทั้งที่ไม่ได้ใส่นาฬิกา ผมมองลงไปเห็นรอยสายสเตนเลสจางๆ บนผิวหนัง รอยที่เกิดจากการใส่ของหนัก 118 กรัมมาเป็นปี ผมลุกไปล้างหน้าที่ห้องน้ำ มองกระจกแล้วเห็นหน้าตัวเองอายุ 38 แต่ดวงตามีเส้นเลือดฝอยแตกเหมือนคนอดนอนมา 12 ปี

ผมกลับมานั่ง ตัดสินใจทำสิ่งที่ควรทำตั้งแต่ปี 2014 ผมหยิบค้อนยางจากลิ้นชัก เอานาฬิกาวางบนผ้า แล้วทุบลงบนกระจกมิเนอรัลเต็มแรง กระจกไม่แตกในครั้งแรก ครั้งที่สองมีรอยร้าวเป็นใย ครั้งที่สามเข็มชั่วโมงหลุด กระเด็นไปโดนขอบโต๊ะ ผมนั่งหอบ มองเวลาบนผนังห้อง 03:17:00 พอดี วินาทีนั้นไฟในห้องกระพริบหนึ่งครั้ง แล้วทุกอย่างก็สงัด

ผมตื่นขึ้นเพราะเสียงโทรศัพท์ของจ่าในทีมตอน 07:30 เขาบอกว่าพบศพที่สี่ที่เชียงใหม่ พันเอกวิชัยเสียชีวิตบนเตียงในท่านอนหงาย มือซ้ายวางราบ สวมนาฬิกา CASIO หน้าปัดน้ำเงินหยุดที่ 03:17:42 

ผมบอกให้เขาส่งรูปมา รูปที่ส่งมาคือมือของวิชัยที่สวมนาฬิกาเรือนที่ผมจำได้ดี เพราะที่ฝาหลังมีรอยขีดสามขีด และที่ขอบ 9 นาฬิกามีรอยบุบจากสะเก็ดระเบิด

ผมก้มมองโต๊ะทำงานตัวเอง นาฬิกาที่ผมทุบเมื่อคืนหายไป บนโต๊ะมีเพียงนาฬิกาดิจิทัลราคาถูกที่ผมใช้จับเวลาวิ่งทุกเช้า ผมเปิดลิ้นชักล่างสุดที่เก็บกล่องเหล็ก กล่องยังอยู่ เปิดออก ข้างในว่างเปล่า ไม่มีนาฬิกาสเตนเลสเรือนนั้นอีกแล้ว

บ่ายวันนั้นผมขอเปิดดูกล้องวงจรปิดในห้องสืบสวนช่วงตี 3 ถึงตี 4 ภาพแสดงให้เห็นเก้าอี้ของผมว่างเปล่าตั้งแต่ 02:55 ไม่มีใครนั่งอยู่เลยจนถึง 06:00 บนโต๊ะไม่มีนาฬิกา ไม่มีค้อน ไม่มีผ้า มีเพียงแฟ้มคดีสามแฟ้มวางซ้อนกัน

ผมโทรกลับไปหาจ่า ถามว่าศพพันเอกวิชัยสวมนาฬิการุ่นอะไร เขาอ่านจากรายงานว่า CASIO MTP-VD01D-2BVUDF สายสเตนเลส หน้าปัดน้ำเงิน 

ผมถามต่อว่าเลข serial ล่ะ เขาบอกว่าถูกขูดออกหมด แต่ช่างภาพถ่ายมาโครไว้ เห็นรอยตอกเล็กๆ ใต้ฝาหลัง เป็นตัวเลข 7 หลัก ผมให้เขาอ่านออกมา เขาอ่านช้าๆ 7143291 ผมหยุดหายใจ นั่นคือเลขประจำตัวทหารของผม

รายงานชันสูตรของผมเองถูกพิมพ์ออกมาในเช้าวันถัดมาโดยที่ผมยังนั่งอ่านอยู่ ระบุเวลาตายโดยประมาณ 03:17 น. ของวันที่ 15 พฤศจิกายน 2014 สาเหตุการเสียชีวิตคือภาวะหัวใจหยุดเต้นจากแรงระเบิด 

สถานที่พบศพคือร่องห้วยไซยะบุรี พร้อมกับศพเพื่อนร่วมหน่วยอีก 6 คน ของกลางในที่เกิดเหตุมีนาฬิกา CASIO สเตนเลสสตีล 7 เรือน ตั้งเวลาตรงกันที่ 03:17 วันที่ 14 ทั้งหมดยังเดินอยู่ด้วยถ่านใหม่

นาฬิกาเรือนที่เจ็ดที่ยังเดินอยู่จนถึงวันนี้ถูกเก็บไว้ในคลังหลักฐานของกองทัพ มีป้ายชื่อติดไว้ว่า ร.ต.อ. ณัฐพล ผู้รอดชีวิตจากการปฏิบัติการ และมีบันทึกเพิ่มเติมด้วยลายมือของหมอผีคนเดิมที่เพิ่งถูกแปลเมื่อเดือนที่แล้วว่า 

พิธีผูกเวลาไม่ได้ให้ยืมชีวิต แต่ให้ยืมความทรงจำ 3 ปี เพื่อให้วิญญาณได้เดินกลับบ้านและบอกคนที่ยังอยู่ ว่าประตูปิดแล้ว

👍 ตัวละครจากนิยายซีรีส์ เวลาที่เหลือของหน่วยเจ็ด Borrowed Time

ร.ต.อ. ณัฐพล (เพศชาย, อายุ 38 ปี)
อดีตทหารหน่วยรบพิเศษ ปัจจุบันเป็นพนักงานสอบสวนกองสืบสวนนครบาล 1 คาแร็กเตอร์เป็นคนนิ่ง พูดน้อย ทำงานด้วยระบบและตัวเลข เชื่อในหลักฐานมากกว่าความเชื่อ แต่ลึกๆ แบกความรู้สึกผิดของผู้รอดชีวิตมา 12 ปี เขาเก็บทุกอย่างเป็นระเบียบ แต่ไม่เคยจัดระเบียบความทรงจำของตัวเอง เป็นตัวเดินเรื่องที่ใช้สายตาตำรวจมองโลก แต่ใช้หัวใจทหารตัดสิน

จ่าสิบเอก สมาน (เพศชาย, อายุ 49 ปี)
เหยื่อรายที่ 1 อดีตทหารช่างของหน่วยอินทรี 7 นิสัยละเอียด ชอบซ่อมนาฬิกาให้เพื่อนในหน่วย เป็นคนเงียบขรึมที่สุดในทีม หลังปลดประจำการเปิดร้านซ่อมเล็กๆ ที่สุขุมวิท

จ่าสิบเอก ประทีป (เพศชาย, อายุ 52 ปี)
เหยื่อรายที่ 2 อดีตพลแม่นปืน เยือกเย็น พูดตรง เป็นคนเดียวที่จดบันทึกภารกิจทุกครั้งด้วยลายมือ

จ่าสิบเอก ชัยวัฒน์ (เพศชาย, อายุ 50 ปี)
เหยื่อรายที่ 3 อารมณ์ร้อนที่สุดในทีม แต่ซื่อสัตย์กับคำสาบาน หลังออกจากราชการมีปัญหาการนอน

พันเอก วิชัย (เพศชาย, อายุ 64 ปี)
อดีตผู้บังคับหน่วยอินทรี 7 เกษียณแล้วไปอยู่เชียงใหม่ เป็นผู้นำแบบพ่อปกครองลูกน้อง ภายนอกดูเข้มแข็ง แต่ภายในเต็มไปด้วยความกลัวที่สะสมมา เขาเป็นคนแรกที่พยายามทำลายสัญญาด้วยการทิ้งของ

ลุงคำ หมอผีบ้านห้วยทราย (เพศชาย, อายุประมาณ 70 ปี)
ไม่ใช่หมอผีตามภาพจำทั่วไป เขาใส่เสื้อเชิ้ตเก่า พูดไทยปนลาว สำเนียงราบเรียบ เป็นผู้ทำพิธี "ผูกเวลา" ให้หน่วยทหารในปี 2014 ตัวละครนี้เป็นตัวแทนของความเชื่อแบบชายแดน ที่ไม่ตัดสินว่าอะไรจริงหรือไม่จริง

จ่าสมศักดิ์ (เพศชาย, อายุ 35 ปี)
ลูกน้องในทีมสืบสวนของณัฐพล เป็นตำรวจรุ่นใหม่ที่ถนัดเทคโนโลยี เป็นเสียงของเหตุผลในเรื่อง คอยดึงณัฐพลกลับมาสู่โลกของแฟ้มคดี

👍 บทวิจารณ์ นิยายซีรีส์ เวลาที่เหลือของหน่วยเจ็ด Borrowed Time

"เวลาที่เหลือของหน่วยเจ็ด" เป็นงานที่ผสม Police Procedural เข้ากับ Occult Mystery ได้แนบเนียนโดยไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งดูเกินจริง ผู้เขียนใช้โครงสร้างของนิยายสืบสวนแบบคลาสสิก คือการไล่จากศพที่ 1 ไป 2 ไป 3 แล้วค่อยย้อนกลับไปที่ต้นตอ แต่สิ่งที่ทำให้เรื่องนี้ต่างออกไปคือการเลือกใช้อุปกรณ์ที่เป็นของสามัญมาก คือ นาฬิกา CASIO MTP-VD01D-2BVUDF มาเป็นศูนย์กลางของความลึกลับ

จุดแข็งที่สุดคือการบรรยายรายละเอียดของวัตถุแบบทหาร ตำรวจจะสังเกตเห็นน้ำหนัก 118 กรัม ความทนของกระจกมิเนอรัล ระบบล็อกพับสามทบ หรืออายุถ่าน SR626SW ที่ 3 ปี ไม่ใช่การยัดสเปก แต่เป็นการใช้ข้อมูลพวกนี้เป็นเบาะแสในการสืบสวน ทำให้คนอ่านที่เป็นสายอาชีพรู้สึกว่าผู้เขียนทำการบ้านมาจริง

ด้านบรรยากาศ ผู้เขียนเลี่ยงฉากสยองขวัญแบบโฉ่งฉ่าง แล้วเลือกใช้ความสงัดของห้องสืบสวนตอนตี 3 กับเสียงเข็มวินาทีเดินเป็นตัวสร้างความกดดันแทน ซึ่งเข้ากับโทน Military Fiction ที่เน้นวินัยและความเงียบมากกว่าผีหลอก

ตัวละครณัฐพลถูกสร้างให้เป็นสะพานเชื่อมสองโลก คือโลกของตำรวจที่ต้องหาหลักฐาน และโลกของทหารที่เคยสาบานด้วยเลือด ความขัดแย้งภายในของเขาไม่ได้ถูกเล่าด้วยบทพูดยาว แต่ถูกแสดงผ่านการกระทำเล็กๆ เช่นการเก็บนาฬิกาไว้ในกล่องเหล็ก 12 ปีโดยไม่ทิ้ง

งานนี้ไม่ใช้ตัวช่วยแบบเหนือธรรมชาติมาอธิบายทุกอย่าง ผู้เขียนปล่อยให้ผู้อ่านตีความเองว่าสิ่งที่เกิดขึ้นคือผลของพิธีกรรม หรือเป็นอาการ PTSD ของทหารที่รอดมา ซึ่งเป็นแนวทางที่ฉลาดสำหรับนิยายสายอาชีพ

ข้อสังเกตเล็กน้อยคือช่วงเล่าย้อนอดีตที่ลาวอาจจะต้องการพื้นที่มากกว่านี้อีกนิด เพื่อให้สายสัมพันธ์ของหน่วย 7 คนแน่นแฟ้นขึ้นก่อนจะเกิดเหตุการณ์ แต่โดยรวมจังหวะการปล่อยข้อมูลทำได้ดี ไม่รีบเฉลย

นี่คือนิยายสืบสวนที่เคารพคนอ่าน ให้ทั้งความสมจริงของงานตำรวจทหาร และความสั่นไหวแบบลึกลับที่ใช้ของใกล้ตัวอย่างนาฬิกาข้อมือเรือนละไม่กี่พันบาท มาสร้างคำถามใหญ่เรื่องเวลา หนี้สัญญา และความทรงจำที่เราเลือกจะเก็บไว้ได้นานกว่าถ่าน 3 ปีหรือไม่

คาสิโอ MTP-VD01D-2BVUDF นาฬิกาข้อมือสเตนเลสสตีล หน้าปัดสีน้ำเงิน สไตล์คลาสสิก
คาสิโอ MTP-VD01D-2BVUDF นาฬิกาข้อมือสเตนเลสสตีล หน้าปัดสีน้ำเงิน สไตล์คลาสสิก นาฬิกา Casio ผู้ชายที่เรียบหรู ใส่ง่ายได้ทุกวัน ตั้งแต่วันทำงานจนถึงวันสำคัญ 

ตัวเรือนและสายสเตนเลสแท้ทนทาน น้ำหนักพอดีมือ กันน้ำ 50 เมตร ล้างมือโดนฝนได้สบาย กระจกมิเนอรัลใสทนรอย พร้อมแบตเตอรี่ใช้งานยาวนาน 3 ปี ในราคาคุ้มค่า ของแท้รับประกันศูนย์ 1 ปี

ข้อมูล คาสิโอ MTP-VD01D-2BVUDF นาฬิกาข้อมือสเตนเลสสตีล หน้าปัดสีน้ำเงิน สไตล์คลาสสิก
รายการ รายละเอียด
แบรนด์ CASIO (คาสิโอ)
รุ่น MTP-VD01D-2BVUDF
วัสดุตัวเรือน สเตนเลสสตีล
วัสดุสาย สเตนเลสสตีล
สีหน้าปัด น้ำเงิน
ขนาดตัวเรือน 49 × 45 × 10.3 มม. (กว้าง x ยาว x หนา)
น้ำหนัก 118 กรัม
กระจก กระจกมิเนอรัล
ตัวล็อคสาย พับสามทบ
ระบบการทำงาน ควอตซ์ 3 เข็ม (ชั่วโมง, นาที, วินาที)
ฟังก์ชัน แสดงวันที่
ความแม่นยำ ±20 วินาทีต่อเดือน
การกันน้ำ 50 เมตร (ล้างมือ, โดนฝนได้ ไม่เหมาะกับว่ายน้ำ)
แบตเตอรี่ SR626SW
อายุแบตเตอรี่ ประมาณ 3 ปี
การรับประกัน รับประกันศูนย์ 1 ปี

    ค้นหาหนังสือนิยายที่ดีที่สุดเพิ่มเติมได้ที่

    Product Image
    Naiin Official Shop
    ร้าน Naiin Official Shop มีนิยายหลากหลายแนว ทั้งโรแมนติก ดราม่า สืบสวน และแฟนตาซี พร้อมทั้งผลงานใหม่จากนักเขียนชื่อดัง
    Product Image
    สำนักพิมพ์ซีเอ็ด SE-ED Publish
    ซีเอ็ด (SE-ED Publish) มีนิยายและหนังสือหลากหลายแนว ทั้งเล่มจริง, อีบุ๊ก และหนังสือเสียง โดยเน้นความครบครันในทุกหมวดหมู่ ตั้งแต่โรแมนติก, วรรณกรรมแปล, ไปจนถึงนิยายแฟนตาซีและวัยรุ่น พร้อมโปรโมชั่นและส่วนลดบ่อยครั้ง เหมาะสำหรับนักอ่านที่ต้องการทั้งความบันเทิงและสาระ
    Product Image
    Amarinbooks Official Shop
    Amarinbooks Official Shop มีนิยายหลากหลายแนว ทั้งนิยายวาย นิยายจีน และวรรณกรรมแปล พร้อมโปรโมชั่นและส่วนลดบ่อยครั้ง เหมาะสำหรับนักอ่านที่ชอบทั้งโรแมนติก ดราม่า และสืบสวนสอบสวน โดยสามารถซื้อได้ทั้งเล่มจริงและอีบุ๊ก
    Product Image
    สถาพรบุ๊คส์ Satapornbooks
    สถาพรบุ๊คส์ (Satapornbooks) เป็นสำนักพิมพ์ใหญ่ที่มีนิยายหลากหลายแนว ทั้งนิยายรัก, นิยายจีนแปล, นิยายแฟนตาซี, และนิยายวาย โดยมีนักเขียนชื่อดังและผลงานขายดีมากมาย พร้อมโปรโมชั่นลดราคาประจำ เช่น ลด 15–20% และจัดชุด Boxset พิเศษ
    Product Image
    jamsai official
    Jamsai Official Shop เป็นหนึ่งในสำนักพิมพ์นิยายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและนักอ่านที่ชื่นชอบนิยายรักโรแมนติกและนิยายวาย (BL) พร้อมทั้งมีนิยายแฟนตาซีและวรรณกรรมแปลที่หลากหลาย
    Product Image
    Salmon Books
    สำนักพิมพ์ Salmon Books (แซลมอนบุ๊คส์) เป็นสำนักพิมพ์ที่เน้นนิยายและหนังสือ นอกกระแสหลัก ที่มีความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่ และสะท้อนสังคมร่วมสมัย เหมาะสำหรับนักอ่านที่ชอบงานเขียนแนวทดลอง, วรรณกรรมแปล, และนิยายที่มีมุมมองเฉพาะตัว ทั้งเล่มจริงและอีบุ๊ก พร้อมโปรโมชั่นลดราคาประจำในร้าน

    Translate

    เนื้อหาในนิยายทั้งหมดในนี้ เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป อาจมีเนื้อหาที่ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน ผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน