กรีด ชีวประวัติตลกร้ายของ "นที ดวงพัสดุ" CUT


หนังสือเล่มนี้ไม่ได้เขียนขึ้นเพื่อเชิดชูศิลปินผู้ยิ่งใหญ่ เพราะ "นที ดวงพัสดุ" ไม่เคยอยากให้ใครเรียกเขาว่าอาจารย์ เขาเป็นเพียงคนส่งของที่อยากให้งานจบในแต่ละวัน โดยไม่มีเรื่องต้องถ่ายคลิป

แต่ในเวลา 2 ปี ชื่อของเขากลับไปปรากฏบนโปสเตอร์นิทรรศการ หน้าหนึ่งนิตยสารศิลปะ และในบทสนทนาของนักวิจารณ์ที่พยายามอธิบายว่า ทำไมการกรีดทุเรียน 1 ครั้งกลางซอยลาซาล กับการเปิดกล่องพัสดุ 4 ลูกจิ๋วต่อหน้าพระอายุ 71 ปี ถึงกลายเป็นงานศิลปะได้

นี่คือบันทึกของการเข้าใจผิดครั้งใหญ่ที่สุดในวงการสร้างสรรค์ไทย และของการยอมรับความจริงที่เล็กที่สุดของคนคนหนึ่ง ว่าเกียรติยศบางอย่างไม่ต้องการเวทีเลย แค่ต้องการมีดที่คมพอ และใจที่กล้าพอจะคืนเงิน 550 บาทให้ครบโดยไม่มีคนดู


  • แนะนำ นิยาย ผมมันไอดอลตัวท็อปของยมโลก เล่ม 2


  • นิยายซีรีส์ กรีด ชีวประวัติตลกร้ายของ "นที ดวงพัสดุ" CUT

    ถ้าประวัติศาสตร์ศิลปะไทยจะมีใครสักคนที่เริ่มต้นอาชีพจากการแบกกล่องพัสดุขึ้นรถกระบะตอนตี 5 แล้วจบลงด้วยการมีนิทรรศการเดี่ยวที่หอศิลปกรุงเทพฯ โดยใช้มีดปอกผลไม้เป็นพู่กัน 

    คนคนนั้นคือ "นที ดวงพัสดุ" เกิดปี 1998 ที่พระประแดง ลูกชายคนเดียวของพนักงานไปรษณีย์กับแม่ค้าขายข้าวแกง 

    เขาไม่ได้เรียนวิจิตรศิลป์ตั้งแต่เด็ก เขาเรียนบริหารโลจิสติกส์ที่มหาวิทยาลัยเอกชนแห่งหนึ่งเพราะคิดว่าจะได้งานมั่นคง 

    ความฝันสูงสุดตอนอายุ 22 คือการได้เป็นหัวหน้าสายส่งของบริษัท ส่งไวด่วนจี๋ เงินเดือน 18,000 บาท มีค่าน้ำมันให้ต่างหาก

    ชีวิตของนทีเปลี่ยนในบ่ายวันหนึ่งของเดือนเมษายน ตอนที่ระบบยิงงานให้เขานำทุเรียน 2 ลูกแบบเก็บเงินปลายทางไปส่งที่บ้านไม้หลังหนึ่งในซอยลาซาล 

    ลูกค้าปลายทางชื่อ "ลุงสวัสดิ์ มีแก้ว" อายุ 67 ปี อดีตครูสอนศิลปะมัธยมที่เกษียณแล้ว ลุงสวัสดิ์ยืนรออยู่หน้าบ้านพร้อมโต๊ะพับและเครื่องชั่งดิจิทัลสีเงินที่ตั้งไว้เหมือนแท่นบูชา 

    นทีจอดรถ ยื่นบิลแล้วพูดตามสคริปต์บริษัทว่า ต้องจ่ายก่อน 1,240 บาทถึงจะแกะดูได้ครับ ลุงสวัสดิ์ไม่ตอบ แต่ยกมือขึ้นเหมือนวาทยกรสั่งหยุดวง 

    แล้วพูดช้าๆ ว่า หนุ่ม เธอเป็นแค่คนส่ง เธอไม่มีสิทธิ์มาห้ามฉันดูว่าของตรงปกไหม

    นทียังไม่ทันวางบิล ลุงสวัสดิ์ก็หยิบมีดกีวีด้ามเหลืองจากกระเป๋ากางเกง กรีดพูทุเรียนลูกแรกจากขั้วลงมาถึงก้นดังแคว่ก เสียงเปลือกแตกเหมือนเปิดผ้าม่านโรงละคร 

    เนื้อข้างในที่โผล่ออกมาไม่ใช่สีเหลืองทองตามรูปในเพจ แต่เป็นสีขาวนวลแบบแป้งเด็ก ยังอ่อนจนนิ้วกดแล้วยุบ 

    ลุงสวัสดิ์มองหน้านทีแล้วยิ้มอย่างคนชนะคดี แล้วบอกว่า ไม่เอา ไม่จ่าย ของไม่ตรง 

    นทีอ้าปากค้างอยู่แบบนั้นประมาณ 5 วินาที ก่อนจะต้องยกทุเรียนลูกที่ถูกกรีดจนอ้าเป็นแผลกลับขึ้นรถ กลิ่นอ่อนๆ ของยางดิบคลุ้งเต็มห้องโดยสาร 

    เขาถ่ายคลิปสั้นๆ ตอนขับรถออกมาด้วยความเหนื่อยแล้วพึมพำว่า ชีวิตมีค่า อย่าเอาไปเสี่ยงกับทุเรียน 2 ลูก

    คลิปความยาว 37 วินาทีนั้นมียอดดู 3 ล้านภายใน 48 ชั่วโมง เพจข่าวเอาไปลง เพจมีมเอาไปตัดต่อ นักวิจารณ์ศิลปะจากมติชนสุดสัปดาห์เขียนคอลัมน์ยาว 800 คำว่า 

    นี่คือศิลปะการแสดงสดที่สมบูรณ์ที่สุดของยุคแพลตฟอร์ม ความตึงเครียดระหว่างผู้บริโภคกับระบบโลจิสติกส์ถูกกรีดออกมาต่อหน้าต่อตาเหมือนเนื้อทุเรียน 

    นทีถูกเชิญไปออกรายการทอล์กโชว์ 3 รายการในสัปดาห์เดียว ทั้งที่เขาแค่อยากระบาย

    6 เดือนต่อมา ผลงานชิ้นที่ 2 ของเขาก็เกิดขึ้นโดยบังเอิญอีกครั้ง คราวนี้ปลายทางเป็นกุฏิไม้ที่วัดบางวัว จังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้รับคือ "หลวงพี่บุญส่ง" อายุ 71 ปี พระลูกวัดที่ติดตามเพจขายผลไม้ใน Facebook Live 

    ท่านสั่งโปรทุเรียนหมอนทอง 333 บาท แต่มีพนักงานร้านโทรมาอ้อนตอน 2 ทุ่ม บอกว่ามีโปรบุญพิเศษสำหรับพระคุณเจ้า เพิ่มเป็น 550 บาทจะได้ทุเรียนพรีเมียมคัดเกรด 8 ลูกโตๆ ส่งถึงวัด หลวงพี่โอนเงินจากบัญชีวัดทันทีด้วยความเกรงใจ

    นทีจำชื่อร้านบนกล่องได้ทันที เพราะเป็นร้านเดียวกับที่เคยส่งของมีปัญหามาแล้ว 4 ครั้งในเดือนก่อน 

    เขาจึงโทรหาหลวงพี่ก่อนกดกริ่ง ขออนุญาตเปิดพิสูจน์ต่อหน้ากล้องมือถือ หลวงพี่พยักหน้าอย่างเมตตา กล่องถูกแกะออกมา ข้างในไม่มี 8 ลูกโตตามสัญญา มีเพียงทุเรียนลูกจิ๋ว 4 ลูกขนาดเท่ากำปั้นเด็กประถม เปลือกยังเขียวจัด เคาะแล้วเสียงดังป๊อกๆ แบบมะม่วงดิบ 

    นทีทำเรื่องปฏิเสธรับในระบบ ตีกลับสินค้า และโอนเงินคืนให้วัดครบ 550 บาทจากกระเป๋าตัวเองก่อนแล้วค่อยไปเคลียร์กับบริษัททีหลัง 

    ข่าวนี้ทำให้เขากลายเป็นฮีโร่ในกลุ่มไลน์พระทั่วภาคตะวันออก มีคนคำนวณว่าเขาช่วยชาวบ้านจากการถูกหลอกแบบนี้มาแล้วรวมมูลค่ากว่า 1,100 บาท

    จากพนักงานส่งของ นทีลาออกแล้วสมัครเรียนปริญญาโทสาขาศิลปะสื่อผสมที่ศิลปากรด้วยพอร์ตโฟลิโอเป็นคลิปทุเรียน 2 คลิป 

    อาจารย์รับเขาเข้าทันทีโดยให้เหตุผลว่าเด็กคนนี้เข้าใจสภาวะวัตถุมากกว่านักศึกษาที่ปั้นดินมา 4 ปี 

    นทีเริ่มสร้างงานจัดวางที่ใช้ลังพัสดุ เครื่องชั่งดิจิทัล และมีดปอกผลไม้เป็นวัสดุหลัก งานของเขาขายได้ในราคา 5 หลัก มีแกลเลอรีในเอกมัยติดต่อให้ทำนิทรรศการเดี่ยวชื่อ COD

    และในคืนเปิดนิทรรศการปี 2025 นั่นเอง ที่ต่อหน้าคนดูเกือบ 200 คน นทียืนบนเวทีไม้ตรงกลางห้องที่แขวนทุเรียนปลอมเรซินไว้ 50 ลูก เขาจับไมค์แล้วพูดด้วยน้ำเสียงเรียบที่สุดในชีวิตว่า 

    ผมต้องสารภาพครับ ทุกอย่างที่พวกคุณชื่นชมมาตลอด 2 ปี มันคือการจัดฉากทั้งหมด 

    ลุงสวัสดิ์ไม่ใช่ลูกค้าโกรธจริง เขาเป็นรองศาสตราจารย์สวัสดิ์ มีแก้ว อาจารย์ที่ปรึกษาวิทยานิพนธ์ของผมเอง เราซ้อมกัน 3 วันว่าจะกรีดมุมไหนให้กล้องเห็นเนื้อขาวชัดที่สุด 

    ส่วนหลวงพี่บุญส่งก็เป็นลุงแท้ๆ ของผม เราเลือกวัดบางวัวเพราะสัญญาณอินเทอร์เน็ตดี 

    โปรเจกต์นี้ชื่อ Cash On Durian เป็นวิทยานิพนธ์เรื่องความไว้ใจในเศรษฐกิจความเชื่อ คนทั้งห้องเงียบจนได้ยินเสียงแอร์ แล้วก็ระเบิดเป็นเสียงหัวเราะกับเสียงปรบมือ นักวิจารณ์บอกว่านี่คือความซื่อสัตย์ที่กล้าหาญที่สุดในศิลปะไทยร่วมสมัย

    หลังจากคืนนั้นชื่อของนทีก็พุ่งขึ้นเหมือนพลุ เขาได้ทุนไปแสดงที่สิงคโปร์ ได้ขึ้นปกนิตยสารศิลปะที่ใช้รูปเขากำลังกรีดทุเรียนด้วยชุดสูท 

    เขาเริ่มพูดในงานเสวนาเรื่องสุนทรียศาสตร์ของความเสียหาย เรื่องความงามของผลไม้ที่ยังไม่สุก ทุกคนเชื่อว่าเขาเป็นศิลปินแนวคิดผู้ควบคุมทุกอย่างได้

    10 ปีผ่านไป ผมในฐานะคนเขียนชีวประวัติเล่มนี้ได้นั่งรถตู้ไปหาเขาที่สวนทุเรียนเล็กๆ ในจันทบุรี ไม่ใช่แกลเลอรี ไม่ใช่สตูดิโอ เขาอายุ 37 แล้ว ใส่เสื้อยืดสีซีด กางเกงขาสั้น กำลังคัดทุเรียนลงเข่งด้วยมือที่ด้านจากการยกของ 

    ผมถามถึงคืนสารภาพอันโด่งดังนั้น เขาหัวเราะจนสำลักน้ำชาแล้วเล่าความจริงอีกชั้นหนึ่งซึ่งไม่เคยบอกใครมาก่อน

    เขาไม่เคยเรียนศิลปากรเลยแม้แต่วันเดียว ใบปริญญาโทที่แขวนในนิทรรศการ เขาจ้างร้านถ่ายเอกสารหน้าปากซอยทำขึ้นในราคา 150 บาท 

    อาจารย์สวัสดิ์ไม่ใช่ที่ปรึกษา แต่เป็นลูกค้าตัวจริงที่โกรธจริงและกรีดจริงในวันนั้น 

    ส่วนหลวงพี่บุญส่งก็เป็นพระจริงที่เกือบเสียเงินจริง 

    ที่เขาพูดบนเวทีว่าทุกอย่างคือการจัดฉาก เพราะตอนนั้นแกลเลอรีบอกว่าถ้างานมีคอนเซปต์จะขายได้แพงกว่า เขาจึงแต่งเรื่องขึ้นมาสดๆ บนเวที และทุกคนก็เชื่อเพราะเรื่องแต่งฟังดูฉลาดกว่าความจริง

    แล้วทำไมเขาถึงจำร้านหลอกลวงได้แม่นขนาดนั้น 

    นทีถอนหายใจแล้วตอบเบาๆ ว่าเพราะตอนอายุ 19 ผมเคยทำงานพาร์ทไทม์แพ็คของให้ร้านนั้นแหละครับ หน้าที่ผมคือยัดทุเรียนตกเกรด 4 ลูกจิ๋วใส่กล่องแล้วพิมพ์สติกเกอร์ว่า 8 ลูกพรีเมียม 

    ผมทำอยู่ 3 เดือนจนลาออกเพราะรู้สึกผิด ทุกครั้งที่เห็นชื่อร้านบนระบบส่งของ ผมเลยรู้ทันทีว่าข้างในคืออะไร การช่วยหลวงพี่วันนั้นไม่ใช่ศิลปะ ไม่ใช่โปรเจกต์ มันคือการพยายามคืนสิ่งที่ผมเคยเอาไป

    ผมถามเขาว่าแล้วอะไรคือผลงานชิ้นเอกของเขา เขาลุกไปหยิบทุเรียนหมอนทองลูกหนึ่งที่สุกพอดีจากตะกร้า ใช้มีดเล่มเดิมด้ามเหลืองกรีดออกอย่างชำนาญ เนื้อสีเหลืองเข้มเป็นพูสวยส่งกลิ่นหอมจนแมลงวันบินมา เขาแบ่งใส่จานสังกะสีแล้วยื่นให้ผม

    เขาบอกว่า งานที่ดีที่สุดของผมไม่ใช่คลิปไวรัล ไม่ใช่นิทรรศการ ไม่ใช่เรื่องโกหกบนเวที 

    แต่คือวันที่ผมควักเงิน 550 บาทคืนให้หลวงพี่โดยไม่ถ่ายคลิป ไม่โพสต์ ไม่เล่าให้ใครฟังเลยตลอด 10 ปี เพราะวันนั้นผมไม่ได้คิดว่าตัวเองเป็นศิลปิน ผมคิดว่าตัวเองเป็นแค่คนส่งของที่อยากให้ของถึงมือแล้วจบๆ ไป รอบนี้สุกแล้วนะครับ ไม่ต้องกรีดพิสูจน์แล้ว กินได้เลย

    ผมกัดทุเรียนคำแรกในสวนที่ไม่มีแอร์ ไม่มีไฟแกลเลอรี ไม่มีป้ายชื่องาน และเข้าใจทันทีว่าทำไมชีวประวัติของศิลปินคนนี้ถึงต้องเขียนแบบตลกร้าย 

    เพราะบางครั้งคนเราต้องกรีดของปลอมออกมาดูหลายครั้ง กว่าจะยอมรับได้ว่าของจริงที่สุกงอมที่สุดมันอยู่ตรงหน้าเราตั้งแต่แรกแล้ว แค่เราไม่กล้าหยิบมันขึ้นมากินเฉยๆ

    👍 ตัวละครจาก นิยายซีรีส์ กรีด ชีวประวัติตลกร้ายของ "นที ดวงพัสดุ" CUT

    นที ดวงพัสดุ (เพศชาย) อายุ 22 ถึง 37 ปีตลอดเรื่อง
    เป็นคนส่งพัสดุที่ไม่ได้อยากเป็นฮีโร่หรือศิลปินเลยแม้แต่น้อย เขามีบุคลิกนิ่ง พูดน้อย ตลกแบบแห้ง และมีความจำดีเป็นพิเศษกับชื่อร้านที่มีปัญหา ลึกๆ แล้วเขาแบกความรู้สึกผิดจากการเคยทำงานให้ร้านหลอกลวงตอนอายุ 19 ปี ความไม่มั่นใจและความซื่อตรงแบบคนทำงานบริการของเขากลายเป็นเสน่ห์ที่ทำให้คนอ่านเอาใจช่วย แม้ภายหลังเขาจะถูกยกให้เป็นศิลปิน เขาก็ยังทำตัวเหมือนพนักงานที่แค่ต้องการให้ของส่งถึงมืออย่างถูกต้อง

    ลุงสวัสดิ์ มีแก้ว (เพศชาย) อายุ 67 ปี
    อดีตครูสอนศิลปะมัธยมที่เกษียณแล้ว เป็นคนเจ้าระเบียบ เชื่อในหลักการ และมีนิสัยนักแสดงโดยไม่รู้ตัว การเตรียมเครื่องชั่งมาตั้งรอหน้าบ้านและการกรีดทุเรียนด้วยมีดกีวีด้ามเหลืองเหมือนการเปิดม่านละคร ทำให้เขาเป็นตัวแทนของคนรุ่นเก่าที่ไม่ยอมให้คำว่า "ระบบ" มาบอกว่าต้องจ่ายก่อนถึงจะมีสิทธิ์ดู

    หลวงพี่บุญส่ง (เพศชาย) อายุ 71 ปี
    พระลูกวัดบางวัว จังหวัดฉะเชิงเทรา บุคลิกใจดี เชื่อคนง่าย และทันสมัยอย่างน่าเอ็นดูเพราะติดตาม Facebook Live ขายทุเรียน ท่านเป็นภาพของความศรัทธาบริสุทธิ์ที่ถูกการตลาดใช้ประโยชน์ แต่ก็ไม่เคยถือโทษใคร ความเมตตาของท่านทำให้การช่วยเหลือของนทีมีความหมายมากกว่าแค่การตีกลับพัสดุ

    ผู้เขียนชีวประวัติ (ผม) เพศชาย ไม่ระบุอายุ
    ทำหน้าที่เป็นคนนอกที่เข้ามาสัมภาษณ์ทีหลังสิบปี เขาเป็นตัวแทนของผู้อ่านที่ค่อยๆ ถูกพาเข้าไปในโลกศิลปะจอมปลอม แล้วค่อยๆ ได้เห็นความจริงที่เรียบง่ายกว่า บุคลิกช่างสังเกต อดทน และยอมกินทุเรียนที่ยื่นให้โดยไม่ถามที่มา

    👍 บทวิจารณ์ นิยายซีรีส์ กรีด ชีวประวัติตลกร้ายของ "นที ดวงพัสดุ" CUT

    "กรีด" ทำงานได้ดีมากในฐานะงานล้อเลียนชีวประวัติศิลปิน โดยผู้เขียนเลือกใช้โทนภาษาแบบสารคดีศิลปะจริงจังมาอธิบายเรื่องที่เล็กที่สุดอย่างการส่งทุเรียน 2 ลูกแบบเก็บเงินปลายทาง 

    ความขัดแย้งนี้คือหัวใจของความตลกของเรื่อง ทุกครั้งที่ผู้เล่าใช้คำใหญ่เช่น "สุนทรียศาสตร์ของความเสียหาย" หรือ "ปรากฏการณ์วิทยา" กับภาพของลุงถือมีดกีวี ผู้อ่านจะหัวเราะออกมาโดยอัตโนมัติ เพราะมันสะท้อนความจริงของวงการศิลปะร่วมสมัยที่มักสร้างเรื่องราวให้ซับซ้อนเกินความจำเป็น

    จุดแข็งที่สุดคือโครงสร้างแบบชีวประวัติปลอมที่ซ้อนความจริงไว้หลายชั้น นทีถูกนำเสนอในฐานะศิลปินผู้ควบคุมทุกอย่าง ก่อนที่เรื่องเล่าจะค่อยๆ ลอกเปลือกออกจนเหลือเพียงคนส่งของธรรมดาที่เคยทำผิดและอยากแก้ไข 

    การใช้ทุเรียนเป็นแกนกลางของเรื่องฉลาดมาก เพราะทุเรียนเองมีเปลือกหนามที่ต้องกรีดถึงจะรู้ว่าข้างในสุกหรือไม่ ซึ่งตรงกับวิธีที่นิยายค่อยๆ เปิดเผยตัวตนของตัวละคร

    ด้านอารมณ์ขัน เรื่องนี้ไม่ได้พึ่งมุกตบหรือคำหยาบ แต่ใช้ความตลกร้ายจากสถานการณ์จริงในสังคมไทยยุคค้าขายออนไลน์ การปะทะกันระหว่างสิทธิผู้บริโภคกับกฎของบริษัทขนส่ง 

    การหลอกลวงพระด้วยโปร 550 บาทแลก 8 ลูก แล้วได้มา 4 ลูกจิ๋ว ล้วนเป็นภาพที่คนอ่านคุ้นเคยจนหัวเราะขื่น

    ภาษาเขียนอ่านง่าย ลื่นไหล ไม่ใช้ศัพท์ยากเกินไป ทำให้แม้จะเป็นงานที่ล้อเลียนแนวคิดทางศิลปะ คนทั่วไปก็เข้าใจได้ทันที ผู้เขียนยังหลีกเลี่ยงการตัดสินตัวละครแบบขาวดำ นทีไม่ใช่คนดีสมบูรณ์แบบและก็ไม่ใช่คนหลอกลวงเต็มตัว เขาเป็นเพียงคนที่เรียนรู้จากความผิดพลาดแล้วเลือกจะทำสิ่งที่ถูกต้องในครั้งต่อไปโดยไม่ต้องมีกล้องถ่าย

    หากมีจุดที่อาจทำให้ผู้อ่านบางกลุ่มลังเล คือความตั้งใจที่จะไม่ให้คำตอบสำเร็จรูปว่าอะไรคือศิลปะที่แท้จริง นิยายปล่อยให้คำตอบอยู่ในจานทุเรียนสุกที่ตัวละครยื่นให้ตอนจบ ซึ่งสำหรับงานแนวพารอดี 

    นี่คือการตัดสินใจที่กล้าหาญและเหมาะสม เพราะมันทำให้ "กรีด" ไม่ได้เป็นแค่เรื่องตลกเกี่ยวกับผลไม้ แต่เป็นชีวประวัติของคนที่ค้นพบว่าเกียรติยศที่ยิ่งใหญ่ที่สุดบางครั้งก็คือการคืนเงิน 550 บาทให้ครบโดยไม่มีใครรู้

    แนะนำ นิยาย ผมมันไอดอลตัวท็อปของยมโลก เล่ม 2
    ผมมันไอดอลตัวท็อปของยมโลก เล่ม 2 นิยายแฟนตาซีคอเมดี้เหนือธรรมชาติจากนักเขียนชื่อดัง เผยตี๋ แปลไทยโดย qMondae กลับมาสานต่อความฮาป่วนของไอดอลขี้กลัวผี ฉยงเหริน และพญายมราชสุดคลั่งรัก เหยียนโม่ แบบเต็มอิ่ม 320 หน้า

    หลังจบภารกิจเคลียร์ผีป่วนรถไฟฟ้าใต้ดินในเล่มแรก เล่ม 2 พาฉยงเหรินเข้าสู่รายการวาไรตี้ผีชื่อดัง ‘สปิริต 101’ ตอน ‘บ้านสุสานกระดูก’ ที่ทีมงานยืนยันว่าไม่มีประวัติหลอน แต่ความจริงคือสถานที่ถ่ายทำคือสถานเอกอัครราชทูตยมโลกตำหนักที่สองประจำแดนหยาง แถมพร็อพอย่าง ‘ยันต์ฮ่วนเจิน’ ยังจุดชนวนความวุ่นวายครั้งใหม่

    นิยายวายจีนแปลไทยแนวไอดอล x ยมโลก ที่ผสมความตลก ความหลอนเบาๆ และโมเมนต์หัวใจเต้นแรงระหว่างถ่ายทอดสด ด้วยงานภาพประกอบโดย เสี่ยง 007Hibiki และเนื้อเรื่องที่เข้มข้นกว่าเดิม

    แนะนำ นิยาย ผมมันไอดอลตัวท็อปของยมโลก เล่ม 2
    สเปกสินค้า ผมมันไอดอลตัวท็อปของยมโลก เล่ม 2
    ชื่อหนังสือ ผมมันไอดอลตัวท็อปของยมโลก เล่ม 2
    นักเขียน เผยตี๋
    นักแปล qMondae
    นักวาดภาพประกอบ เสี่ยง 007Hibiki
    จำนวนหน้า 320 หน้า
    วันวางจำหน่าย 14 กันยายน 2023
    แนวเรื่อง แฟนตาซี คอเมดี้ เหนือธรรมชาติ ไอดอลxยมโลก
    ตัวละครหลัก ฉยงเหริน (ไอดอลขี้กลัวผี),
    เหยียนโม่ (พญายมราช)
    เรื่องย่อเล่ม 2 หลังเคลียร์ผีป่วนรถไฟฟ้า
    ฉยงเหรินต้องถ่ายรายการ ‘สปิริต 101’ ตอน ‘บ้านสุสานกระดูก’
    ที่ผู้กำกับยืนยันว่าไม่มีผี
    แต่จริงๆ คือสถานเอกอัครราชทูตยมโลกตำหนักที่สอง
    แถมพร็อพ ‘ยันต์ฮ่วนเจิน’ ยังก่อเรื่องวุ่น
    ระหว่างต้องสู้กับเงาดำปริศนา
    เขายังต้องรับมือเหยียนโม่ที่จงใจปั่นป่วนกลางไลฟ์
    จนหัวใจเต้นไม่เป็นจังหวะ

      ค้นหาหนังสือนิยายที่ดีที่สุดเพิ่มเติมได้ที่

      Product Image
      Naiin Official Shop
      ร้าน Naiin Official Shop มีนิยายหลากหลายแนว ทั้งโรแมนติก ดราม่า สืบสวน และแฟนตาซี พร้อมทั้งผลงานใหม่จากนักเขียนชื่อดัง
      Product Image
      สำนักพิมพ์ซีเอ็ด SE-ED Publish
      ซีเอ็ด (SE-ED Publish) มีนิยายและหนังสือหลากหลายแนว ทั้งเล่มจริง, อีบุ๊ก และหนังสือเสียง โดยเน้นความครบครันในทุกหมวดหมู่ ตั้งแต่โรแมนติก, วรรณกรรมแปล, ไปจนถึงนิยายแฟนตาซีและวัยรุ่น พร้อมโปรโมชั่นและส่วนลดบ่อยครั้ง เหมาะสำหรับนักอ่านที่ต้องการทั้งความบันเทิงและสาระ
      Product Image
      Amarinbooks Official Shop
      Amarinbooks Official Shop มีนิยายหลากหลายแนว ทั้งนิยายวาย นิยายจีน และวรรณกรรมแปล พร้อมโปรโมชั่นและส่วนลดบ่อยครั้ง เหมาะสำหรับนักอ่านที่ชอบทั้งโรแมนติก ดราม่า และสืบสวนสอบสวน โดยสามารถซื้อได้ทั้งเล่มจริงและอีบุ๊ก
      Product Image
      สถาพรบุ๊คส์ Satapornbooks
      สถาพรบุ๊คส์ (Satapornbooks) เป็นสำนักพิมพ์ใหญ่ที่มีนิยายหลากหลายแนว ทั้งนิยายรัก, นิยายจีนแปล, นิยายแฟนตาซี, และนิยายวาย โดยมีนักเขียนชื่อดังและผลงานขายดีมากมาย พร้อมโปรโมชั่นลดราคาประจำ เช่น ลด 15–20% และจัดชุด Boxset พิเศษ
      Product Image
      jamsai official
      Jamsai Official Shop เป็นหนึ่งในสำนักพิมพ์นิยายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและนักอ่านที่ชื่นชอบนิยายรักโรแมนติกและนิยายวาย (BL) พร้อมทั้งมีนิยายแฟนตาซีและวรรณกรรมแปลที่หลากหลาย
      Product Image
      Salmon Books
      สำนักพิมพ์ Salmon Books (แซลมอนบุ๊คส์) เป็นสำนักพิมพ์ที่เน้นนิยายและหนังสือ นอกกระแสหลัก ที่มีความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่ และสะท้อนสังคมร่วมสมัย เหมาะสำหรับนักอ่านที่ชอบงานเขียนแนวทดลอง, วรรณกรรมแปล, และนิยายที่มีมุมมองเฉพาะตัว ทั้งเล่มจริงและอีบุ๊ก พร้อมโปรโมชั่นลดราคาประจำในร้าน

      Translate

      เนื้อหาในนิยายทั้งหมดในนี้ เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป อาจมีเนื้อหาที่ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน ผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน