แสงสุดท้ายที่อยุธยา RENDER 1945
ปี 2026 "ร้อยตำรวจเอกธีร์" แห่งหน่วยจำลองภาพ 3 มิติ เชื่อว่าทุกคดีมีคำตอบซ่อนอยู่ในแสง เขาจึงใช้ V-Ray 7 for SketchUp สร้างฉากเหตุการณ์ยิงกันในซอยเก่าแก่ของกรุงเทพฯ ให้ตรงกับเวลาและทิศทางจริงถึงระดับองศา
ข้อมูล V-Ray 7 for SketchUp 2022-2026 ปลั๊กอินเรนเดอร์ 3D สมจริงสำหรับ Windows x64
ข้อมูล V-Ray 7 for SketchUp 2022-2026 ปลั๊กอินเรนเดอร์ 3D สมจริงสำหรับ Windows x64
ในเวลาเดียวกัน "ดาริน" นักประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม ขอให้เขาช่วยชุบชีวิตตำหนักไม้สักอายุร้อยกว่าปีที่อยุธยา ด้วยภาพเรนเดอร์ที่เหมือนพากลับไปยืนอยู่ตรงนั้นได้อีกครั้ง
งานของตำรวจกับงานของนักอนุรักษ์ไม่ควรมาบรรจบกัน จนกระทั่งแสงแดดเวลา 17.42 น. ในโมเดลปัจจุบัน ไปตกกระทบผนังจุดเดียวกับรอยจางในภาพถ่ายปี 1946
จากคดีอาชญากรรมในวันนี้ สู่บันทึกความรักในสมัยสงคราม จากไฟล์ดิจิทัลบน Windows 64 บิต สู่ลายมือบนกระดาษที่รอคนเปิดอ่านมา 80 ปี
ธีร์และดารินต้องใช้ทั้งหลักฐาน วิทยาศาสตร์ และหัวใจ เพื่อตามหาว่า ภาพที่สร้างขึ้นด้วยเทคโนโลยี จะพาเรากลับไปพบความจริงแบบไหน
นิยายซีรีส์ แสงสุดท้ายที่อยุธยา RENDER 1945
ในห้องปฏิบัติการชั้น 7 ของสำนักงานพิสูจน์หลักฐานกลาง กรุงเทพฯ ปี 2026 "ร้อยตำรวจเอกธีร์" นั่งอยู่หน้าเวิร์กสเตชัน 2 จอ แสงจากหน้าต่างบานใหญ่สาดเข้ามาตกบนแป้นพิมพ์
เขากำลังเปิดไฟล์ SketchUp ของซอยเจริญกรุง 43 จุดเกิดเหตุยิงกันเมื่อสามเดือนก่อน คดีนี้ไม่มีพยาน ไม่มีกล้อง มีเพียงปลอกกระสุน 9 มม. สองปลอกกับรอยแตกบนผนังอิฐเก่า
ธีร์ ไม่ได้เป็นตำรวจสายสืบธรรมดา เขาเคยเป็น ร้อยโททหารช่าง หน่วยสร้างแบบจำลองภูมิประเทศดิจิทัล ก่อนย้ายมาอยู่หน่วยนิติวิทยาศาสตร์ 3 มิติ เพราะเชื่อว่าภาพที่ถูกต้องหนึ่งภาพช่วยลดการคาดเดาได้มากกว่าคำให้การสิบปาก
ตั้งแต่ต้นปีเขาเปลี่ยนมาใช้ V-Ray 7 for SketchUp 2022-2026 บน Windows 11 แบบ 64 บิต เพราะมันเรนเดอร์เรียลไทม์ได้เร็วพอจะปรับแสงแดดเดือนมีนาคมให้ตรงกับเวลาเกิดเหตุจริงได้ในไม่กี่วินาที
และมี AI Material Generator ที่เปลี่ยนภาพถ่ายผนังเก่าให้เป็นวัสดุ PBR ได้โดยไม่ต้องเสียเวลาสแกน
คืนนั้นเองประตูห้องผลักเข้ามาเบาๆ ผู้หญิงในเสื้อเชิ้ตลินินสีครีมถือแฟลชไดรฟ์เดินเข้ามา เธอชื่อ "ดาริน" อายุ 29 ปี นักประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมจากกรมศิลปากร เธอมาขอความช่วยเหลือแบบไม่เป็นทางการ
"ตำหนักไม้สักของเจ้าพระยาธรรมศักดิ์ที่อยุธยาค่ะ ไฟไหม้ปี 2019 เรามีแค่แบบแปลนปี 1903 กับภาพถ่ายขาวดำไม่กี่ใบ อยากให้ช่วยสร้างภาพเสมือนจริงเพื่อเสนอขึ้นทะเบียน"
เธอวางไดรฟ์ลงบนโต๊ะ "หัวหน้าบอกว่าคุณเป็นคนเดียวที่ใช้ V-Ray ทำอาคารประวัติศาสตร์แล้วดูเหมือนมีคนอยู่จริง"
ธีร์ รับงานนอกเวลาเพราะค่าเช่าแฟลตใกล้ขึ้น และเพราะดวงตาของดารินเวลาพูดถึงไม้สักเก่ามันจริงจังเหมือนตอนเขาอธิบายวิถีกระสุน
สองสัปดาห์ต่อมาห้องแล็บจึงมีสองโปรเจกต์เปิดคู่กัน ฝั่งซ้ายคือซอยเจริญกรุง ฝั่งขวาคือตำหนักอยุธยา เขาใช้ Chaos Cosmos วางต้นมะม่วงกับโอ่งน้ำในฉาก 1903 ส่วนดารินนั่งข้างๆ จดบันทึกชนิดบานประตู
ความสัมพันธ์ก่อตัวจากการเถียงกันเรื่องทิศแสง เธอบอกว่าแดดบ่ายอยุธยาปี 1903 ต้องอุ่นกว่า เธออ้างบันทึกของมิชชันนารีอังกฤษ
เขาหัวเราะแล้วเปิด V-Ray Sun ปรับค่า Turbidity ให้ตรงกับวันที่ 14 เมษายน 1903 ตามปฏิทินดาราศาสตร์ ภาพที่ออกมาเป็นแสงสีทองตกบนพื้นไม้เป็นริ้ว เธอเงียบไปนานแล้วพูดเบาๆ ว่าเหมือนที่ยายเคยเล่า
ทุกอย่างเปลี่ยนในคืนวันศุกร์ที่ฝนตกหนัก ธีร์กำลังทดสอบมุมกล้องในซอยเจริญกรุง เขาเลื่อนเวลาใน V-Ray ไปที่ 17.42 น. วันที่ 3 มีนาคม 2025 ตามรายงานเหตุ
แสงจากช่องตึกด้านตะวันตกพาดผ่านผนังอิฐทำมุม 37 องศา เขาจึงเห็นรอยกระสุนที่สองซึ่งก่อนหน้านี้ถูกตีความว่าเป็นรอยสะเก็ดปูน จริงๆ แล้วมันสอดคล้องกับวิถีจากหน้าต่างชั้นสองของอาคารฝั่งตรงข้าม
เขาสลับไปเปิดไฟล์ตำหนักอยุธยาเพื่อพักสายตา แต่เมื่อเลื่อนกล้องไปที่โถงกลาง เขาชะงัก มุมแสงเดียวกัน องศาเดียวกัน เวลา 17.42 น.
ถ้าจำลองด้วยพิกัดอยุธยาในปี 1946 แสงจะตกกระทบผนังด้านในตรงจุดเดียวกับที่ในภาพถ่ายเก่ามีรอยสีเข้มคล้ายคราบบางอย่าง
ดารินเคยบอกว่ารูปนั้นถ่ายหลังสงครามไม่นาน โดยช่างภาพของสถานทูตอังกฤษ
ธีร์ค้นฐานข้อมูลคดีเก่า พบแฟ้มปี 1946 ที่ถูกปิดว่า "เสียชีวิตไม่ทราบสาเหตุ" ชื่อผู้ตายคือ เอ็ดเวิร์ด วิทเทเกอร์ ผู้ช่วยทูตทหารอังกฤษ พบร่างในตำหนักนั้นเอง
รายงานระบุว่าเสียชีวิตจากการตกบันได แต่ไม่มีภาพที่เกิดเหตุเหลืออยู่ ดารินเมื่อได้ยินชื่อนั้นหน้าซีด เธอบอกว่าเอ็ดเวิร์ดคือทวดของเธอ ฝั่งยายที่เป็นลูกครึ่งไทยอังกฤษ ครอบครัวไม่เคยพูดถึงเพราะอายที่เขาตายในบ้านขุนนางไทย
การสืบสวนสองยุคจึงซ้อนทับกัน ธีร์ใช้ V-Ray ทำเลเยอร์เปรียบเทียบ เขาวางโมเดลซอยเจริญกรุงปี 2025 ทับบนโมเดลตำหนักปี 1946 ด้วยสเกลเดียวกัน
พบว่าผนังอิฐที่รับกระสุนในปัจจุบันคือผนังเดียวกันกับที่เคยเป็นผนังไม้สักของตำหนักก่อนถูกรื้อย้ายมาที่กรุงเทพฯ หลังสงคราม ไม้ถูกขายต่อมาสร้างเป็นตึกแถว
ความรักระหว่างตำรวจกับนักประวัติศาสตร์ไม่ได้หวานอย่างในนิยาย มันเต็มไปด้วยไฟล์ที่ต้องเรนเดอร์ซ้ำ การทะเลาะเรื่องค่า Exposure และการนั่งกินบะหมี่ถ้วยตอนตี 2 หน้าจอที่กำลังคำนวณ Global Illumination
ดารินเล่าว่ายายเคยเก็บจดหมายภาษาอังกฤษไว้ในหีบ แต่ถูกเผาไปพร้อมบ้านปี 1981 ธีร์เล่าว่าปู่ของเขาเป็นนายช่างทหารที่เคยถูกส่งไปอยุธยาปี 1945 เพื่อประเมินความเสียหายหลังญี่ปุ่นถอย
คืนหนึ่งขณะที่ใช้ AI Enhancer ลบ noise จากภาพเรนเดอร์ตำหนัก ระบบดันเผยรายละเอียดที่ไม่เคยเห็นในแบบแปลน
เส้นรอยต่อของพื้นไม้ใต้พรมในโถงกลางไม่สม่ำเสมอ เหมือนมีช่องเปิด ธีร์ลองใช้ V-Ray Clipper ตัดผ่าดู พบช่องว่างสูงประมาณ 180 เซนติเมตร กว้าง 70 เซนติเมตร ไม่มีในแบบแปลนปี 1903 แต่ปรากฏในภาพถ่ายปี 1946 เป็นเส้นขอบจางๆ หลังตู้หนังสือ
พวกเขาขออนุญาตเข้าพื้นที่จริงที่ปัจจุบันเป็นร้านกาแฟเก่าในเจริญกรุง เจ้าของร้านเป็นชายอายุ 68 ปี อนุญาตให้เปิดพื้นไม้ชั้นสอง ใต้พรมเก่ามีประตูไม้ปิดตายจริง
เมื่อเปิดออก กลิ่นอับของอากาศที่ไม่เคลื่อนไหว 81 ปีพุ่งออกมา ข้างในไม่ใช่คลังอาวุธอย่างที่ตำรวจคาด แต่เป็นกล่องเหล็กเล็กๆ มีจดหมาย 23 ฉบับ ผูกด้วยริบบิ้นสีน้ำเงิน
จดหมายทั้งหมดเขียนระหว่าง "ไร้อยเอกประจักษ์" นายช่างทหารไทย กับ "เอลิซาเบธ วิทเทเกอร์" น้องสาวของเอ็ดเวิร์ด ปี 1945 ทั้งคู่พบกันตอนประจักษ์มาช่วยซ่อมตำหนักหลังถูกระเบิด
เอลิซาเบธเป็นพยาบาลอาสา ความรักเกิดท่ามกลางเสียงไซเรน จดหมายฉบับสุดท้ายลงวันที่ 2 มีนาคม 1946 เอลิซาเบธเขียนว่า พี่ชายของเธอถูกกล่าวหาว่าลักลอบส่งแผนที่ให้ฝ่ายสัมพันธมิตร
เธอขอให้ประจักษ์ช่วยจัดฉากการตายเพื่อปกป้องชื่อเสียงของตระกูลและให้เธอได้กลับอังกฤษพร้อมลูกในท้อง
ธีร์มือสั่นเมื่อเห็นลายเซ็นด้านล่างของจดหมายฉบับที่ 19 "ประจักษ์ สุวรรณภักดี" นามสกุลเดียวกับปู่ของเขา ดารินร้องไห้เมื่ออ่านบรรทัดที่เอลิซาเบธเขียนว่า "ถ้าลูกของเราเป็นผู้หญิง ให้ตั้งชื่อว่าดาริน ตามแสงดาวที่เราเห็นคืนแรกบนหลังคาตำหนัก"
คดีปี 2025 ที่ธีร์ทำอยู่ก็คลี่คลายในคืนเดียวกัน ผู้ต้องสงสัยที่ตำรวจจับคือหลานของเจ้าของร้านกาแฟ แต่จากจดหมายพวกเขารู้ว่าหลานคนนั้นเพิ่งค้นพบกล่องนี้เมื่อเดือนก่อนและพยายามขายจดหมายให้ นักสะสมต่างชาติ
การยิงกันเกิดจากความขัดแย้ง ไม่ใช่การปล้นธรรมดา คนที่ยิงคืออาจารย์ที่ปรึกษาของดารินเอง ชายอายุ 61 ปีผู้เขียนหนังสือประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรมเล่มสำคัญ เขากลัวว่าถ้าจดหมายเผยแพร่ วิทยานิพนธ์ของเขาที่ระบุว่าเอ็ดเวิร์ดตายเพราะอุบัติเหตุจะถูกทำลาย
ตำรวจรวบตัวอาจารย์ได้ที่สนามบินสุวรรณภูมิพร้อมจดหมายฉบับจริงสามฉบับในกระเป๋า
หลังทุกอย่างสงบ ธีร์กับดารินกลับไปที่แล็บเพื่อทำเรนเดอร์สุดท้ายของตำหนักตามที่กรมศิลปากรขอ เขาเปิดไฟล์เดิม ตั้งค่าแสงสุดท้ายของวันที่ 14 เมษายน 1903 แล้วกดเรนเดอร์ด้วย V-Ray 7 ความละเอียด 4K ขณะภาพค่อยๆ ชัดขึ้น AI Upscaler เติมรายละเอียดไม้สักจนเห็นลายเสี้ยน
ในช่องคอมเมนต์ของไฟล์ SketchUp ที่ดารินไม่เคยเปิด มีโน้ตเก่าฝังอยู่ตั้งแต่ตอนเธอก็อปปี้แบบแปลนมาจากหอจดหมายเหตุ โน้ตนั้นเขียนด้วยลายมือดิจิทัลที่แปลงมาจากลายมือดินสอ
"สำหรับผู้ที่เปิดภาพนี้ด้วยแสงในอนาคต ให้ตั้ง Sun Angle 37 องศา Turbidity 2.4 ใช้วัสดุไม้สักเก่าจากภาพถ่ายใบที่ 3 แล้วจะเห็นทางลง" ลงชื่อ พ.อ.ประจักษ์ 12 มกราคม 1980
ธีร์หันไปมองดาริน เธอกำลังถือภาพเรนเดอร์สุดท้ายที่เพิ่งเสร็จ บนระเบียงตำหนักในภาพ มีร่างชายในเครื่องแบบทหารช่างยืนอยู่ข้างหญิงสาวในชุดพยาบาล ทั้งคู่ไม่ได้อยู่ในโมเดลที่เขาวางไว้ ไม่ได้อยู่ใน Chaos Cosmos ไม่มีในเลเยอร์ใดๆ ที่เขาสร้าง
ดารินกระซิบว่าเมื่อคืนเธอฝันเห็นยายบอกให้เธอกลับไปที่ตำหนักอีกครั้ง เพราะยังมีจดหมายฉบับที่ 24 ที่ประจักษ์ซ่อนไว้ใต้ขั้นบันไดขั้นที่ 7 ซึ่งในแบบจำลองของธีร์ บันไดนั้นมีแค่ 6 ขั้น
👍 ตัวละครจาก นิยายซีรีส์ แสงสุดท้ายที่อยุธยา RENDER 1945
ร้อยตำรวจเอก ธีร์ สุวรรณภักดี (เพศชาย) อายุ 32 ปี
อดีตทหารช่างที่ย้ายมาอยู่หน่วยนิติวิทยาศาสตร์ 3 มิติ มีความละเอียดแบบวิศวกร เชื่อในข้อมูลมากกว่าคำบอกเล่า พูดน้อยแต่สังเกตมาก ใช้ V-Ray 7 for SketchUp เป็นเครื่องมือสืบสวนเหมือนคนอื่นใช้แว่นขยาย จุดอ่อนคือยึดติดกับตรรกะจนบางครั้งมองข้ามความรู้สึกของตัวเอง
ดาริน วิทเทเกอร์ (เพศหญิง) อายุ 29 ปี
นักประวัติศาสตร์สถาปัตยกรรม กรมศิลปากร ฉลาด ใจร้อนกับเรื่องความถูกต้องของข้อมูลประวัติศาสตร์ มีความเป็นนักสู้แบบเงียบๆ รักอาคารเก่าเหมือนญาติผู้ใหญ่ มีปมครอบครัวที่ไม่เคยถูกพูดถึง ทำให้เธอทำงานด้วยความรู้สึกว่าต้องทวงความจริงคืน
ร้อยเอก ประจักษ์ สุวรรณภักดี (เพศชาย (ปรากฏในอดีตปี 1945-1946 และบันทึกปี 1980)
นายช่างทหารรุ่นสงครามโลกครั้งที่ 2 สุภาพ รอบคอบ มีหัวใจโรแมนติกซ่อนอยู่ใต้ระเบียบทหาร เป็นคนแรกที่มองการเขียนแบบเป็นการเล่าเรื่อง ไม่ใช่แค่การวัดขนาด
เอลิซาเบธ วิทเทเกอร์ (เพศหญิง (อายุ 24 ปีในปี 1945)
พยาบาลอาสาชาวอังกฤษ กล้าหาญ เด็ดเดี่ยว ยอมแลกชื่อเสียงเพื่อปกป้องครอบครัว เขียนจดหมายด้วยภาษาที่ตรงไปตรงมาและอบอุ่น
เอ็ดเวิร์ด วิทเทเกอร์ (เพศชาย)
ผู้ช่วยทูตทหารอังกฤษ เหยื่อคดีปี 1946 เป็นตัวละครที่ไม่มีบทพูดแต่เป็นศูนย์กลางของปมทั้งหมด
ศาสตราจารย์วิชัย (เพศชาย) อายุ 61 ปี
อาจารย์ที่ปรึกษาของดาริน นักวิชาการชื่อดัง ภายนอกเป็นผู้ใหญ่ใจดี รักลูกศิษย์ แต่ภายในหวาดกลัวการเสียหน้าทางวิชาการจนยอมทำผิด
👍 บทวิจารณ์ นิยายซีรีส์ แสงสุดท้ายที่อยุธยา RENDER 1945
RENDER 1945 เป็นงานที่ประสบความสำเร็จในการผสม Police & Military Fiction เข้ากับ Historical Romance โดยไม่ทำให้ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งกลายเป็นฉากหลัง
กลวิธีเด่นที่สุดคือการใช้ซอฟต์แวร์ V-Ray for SketchUp ไม่ใช่เป็นแค่พร็อพ แต่เป็นภาษากลางที่เชื่อมสองยุคเข้าด้วยกัน การอธิบายเรื่อง Sun Angle, Turbidity หรือ AI Material Generator ทำได้เข้าใจง่ายสำหรับคนทั่วไป เพราะผู้เขียนเลือกเล่าผ่านการกระทำของธีร์ ไม่ใช่การบรรยายเชิงคู่มือ
โครงสร้างเรื่องมีความเป็นมืออาชีพแบบงานสืบสวนทหาร ตำรวจ ทุกหลักฐานมีที่มาที่ไป มีการตรวจสอบเวลา แสง และวัสดุ ซึ่งให้ความรู้สึกสมจริงกว่านิยายรักย้อนยุคทั่วไป
ขณะเดียวกันมิติโรแมนติกไม่ได้ถูกผลักไปเป็นส่วนเสริม ความสัมพันธ์ของธีร์กับดารินเติบโตจากการทำงานจริง จากการเถียงเรื่องค่า exposure ไปจนถึงการกินบะหมี่หน้าจอเรนเดอร์ ทำให้ความรักดูเป็นผู้ใหญ่และมีน้ำหนัก
จุดแข็งอีกอย่างคือการสร้างตัวละครที่มีอาชีพชัดเจน ธีร์ไม่ได้เก่งเกินจริง เขาติดบั๊กเรนเดอร์เหมือนคนทำงานจริง ดารินก็ไม่ได้เป็นนางเอกที่รอการช่วยเหลือ เธอเป็นคนเปิดประตูห้องเก็บเอกสารเอง
ประจักษ์กับเอลิซาเบธในอดีตก็ไม่ได้ถูกทำให้เป็นภาพโรแมนติกเพ้อฝัน แต่เป็นคนหนุ่มสาวที่ต้องตัดสินใจในภาวะสงคราม
ภาษาเรียบ กระชับ หลีกเลี่ยงการใช้คำฟุ่มเฟือย และเลือกใช้ตัวเลขอารบิกกำกับปีและอายุอย่างสม่ำเสมอ ทำให้ไทม์ไลน์ปี 1903, 1945, 1946, 2025, 2026 อ่านแล้วไม่สับสน แม้ไม่มีการแบ่งบท ผู้เขียนก็คุมจังหวะได้ดีด้วยการสลับฉากจากห้องแล็บไปสู่จดหมายเก่า
RENDER 1945 เป็นงานที่แสดงให้เห็นว่าเทคโนโลยีเรนเดอร์ 3 มิติสามารถเป็นเครื่องมือเล่าเรื่องความทรงจำ ความรัก และความรับผิดชอบข้ามรุ่นได้อย่างมีพลัง เหมาะสำหรับผู้อ่านที่ชอบงานสืบสวนที่มีหัวใจ และชอบประวัติศาสตร์ที่สัมผัสได้ด้วยแสงจริง ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือ
V-Ray 7 for SketchUp 2022-2026 ปลั๊กอินเรนเดอร์ 3D สมจริงสำหรับ Windows x64
V-Ray 7 for SketchUp 2022-2026 – ปลั๊กอินเรนเดอร์ 3D สมจริงสำหรับ Windows x64
ยกระดับงาน SketchUp ของคุณให้ขายได้จริงด้วย V-Ray 7 ปลั๊กอินเรนเดอร์ 3D มาตรฐานระดับโลกที่รองรับ SketchUp 2022, 2023, 2024, 2025 และ 2026 บน Windows 10 และ 11 แบบ 64-bit ครบจบในคลิกเดียว
ทั้งเรนเดอร์เรียลไทม์ด้วย V-Ray Vision, วัสดุ PBR สมจริง, แสงธรรมชาติที่แม่นยำ และเครื่องมือ AI ใหม่ล่าสุดอย่าง AI Enhancer และ AI Material Generator พร้อมคลัง Chaos Cosmos กว่า 3,100 โมเดล เฟอร์นิเจอร์ ต้นไม้ และท้องฟ้า HDR ให้คุณสร้างภาพนิ่ง แอนิเมชัน และงานนำเสนอลูกค้าได้เร็วขึ้น 3 เท่า ไม่ต้องสลับโปรแกรม
เหมาะสำหรับสถาปนิก นักออกแบบภายใน และ 3D Visualizer ที่ต้องการภาพเรนเดอร์คุณภาพสตูดิโอจากโมเดล SketchUp เดิมของคุณ ติดตั้งง่าย ใช้งานเหมือน SketchUp พร้อมแล้วสำหรับงานจริงตั้งแต่วันแรก
| รายการสเปก | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อผลิตภัณฑ์ | V-Ray 7 for SketchUp (รองรับ SketchUp 2022 / 2023 / 2024 / 2025 / 2026) |
| แพลตฟอร์ม | Windows 10, Windows 11 (64-bit เท่านั้น) |
| หน่วยประมวลผล (CPU) | Intel 64, AMD64 หรือเทียบเท่า ที่รองรับ AVX2 |
| หน่วยความจำ (RAM) | ขั้นต่ำ 8 GB, แนะนำ 16 GB ขึ้นไป |
| พื้นที่ฮาร์ดดิสก์ | ขั้นต่ำ 2 GB, แนะนำ 12 GB (รวม Chaos Cosmos assets) |
| การ์ดจอ (GPU) | NVIDIA Maxwell หรือใหม่กว่า รองรับ CUDA และ RTX, รองรับ DirectX 11/12 และ Shader Model 5.0 สำหรับ V-Ray Vision |
| เครือข่าย | รองรับ IPv4 เท่านั้น (ยังไม่รองรับ IPv6) |
| เวอร์ชัน SketchUp ที่รองรับ | SketchUp 2022 - 2026 รุ่น 64-bit (V-Ray 7 Update 2 รองรับ SketchUp 2026 อย่างเป็นทางการ) |
| คุณสมบัติหลัก | เรนเดอร์เรียลไทม์, วัสดุ PBR สมจริง, แสงธรรมชาติและไฟประดิษฐ์, AI Enhancer, AI Material Generator, Chaos Cosmos มากกว่า 3,100 assets |
| การทำงานร่วมกัน | ทำงานร่วมกับ Enscape, Chaos Vantage, Chaos Cloud และ SketchUp Studio |
| ประเภทผลงาน | ภาพนิ่ง, แอนิเมชัน, ภาพ 360°, VR, Chaos Cloud 3D Streaming |
