รองเท้าดำบนบัลลังก์ Sole Judgment
ทุกเช้าผู้พิพากษา ศิริพร วางเท้าลงในรองเท้าคัชชูสีดำ NE&NA รุ่น 309-2 คู่เดิม เพื่อยืนบนบัลลังก์ให้นาน 8 ชั่วโมงโดยไม่หวั่นไหว
ข้อมูล รองเท้าคัชชูผู้หญิงส้นกลาง NE&NA รุ่น 309-2 สีดำคลาสสิก ใส่สบายทั้งวัน
จนวันที่ของกลางในคดีฆาตกรรมบนดาดฟ้าถูกเปิดออก รองเท้าข้างซ้ายสีดำรุ่นเดียวกัน ไซส์ 37 มีรอยถลอกที่ส้นตรงกับรอยบนรองเท้าของเธอเป๊ะ
รองเท้าที่ควรพาเธอเดินไปข้างหน้า กลับพาเธอถอยหลังไปสู่คืนหนึ่งเมื่อ 3 ปีก่อน ที่อาจารย์ของเธอร่วงลงจากตึกหลังเดียวกัน และความจริงที่เธอเลือกฝังไว้ ก็เริ่มตามรอยเท้ากลับมาทวงถาม
👉 นิยายซีรีส์ รองเท้าดำบนบัลลังก์ Sole Judgment
ฉันชื่อ "ศิริพร" อายุ 38 ปี เป็นผู้พิพากษาศาลอาญากรุงเทพใต้มา 9 ปี ทุกเช้าฉันสวมรองเท้าคู่เดิมคือรองเท้าคัชชูผู้หญิงส้นกลาง NE&NA รุ่น 309-2 สีดำ ขนาด 38 EU ที่ซื้อจาก NE&NA Official Store เมื่อ 3 ปีก่อน
มันเป็นหนังเทียมเรียบเงาแบบที่ดูแลง่าย หัวมน ส้นกลางทรงตันหนาและสั้นแบบที่เพิ่มความสูงเล็กน้อยโดยไม่ทำให้ข้อเท้าพลิก พื้นด้านในบุนุ่ม หน้าเท้ากว้างกำลังดี ฉันเลือกเพราะต้องยืนอ่านคำพิพากษาวันละ 6 ถึง 8 ชั่วโมง และรองเท้าคู่นี้ไม่เคยทำให้ปวดฝ่าเท้าเลยแม้ในวันที่ต้องไต่บันไดศาล 4 ชั้นเพราะลิฟต์เสีย
ฉันมี 2 คู่สลับกัน สีดำเหมือนกันหมด กล่องของมันขนาด 28 เซนติเมตร x 14 เซนติเมตร x 9 เซนติเมตร วางเรียงในตู้ที่บ้านอย่างเป็นระเบียบ ชีวิตบนบัลลังก์ต้องการความสม่ำเสมอแบบนั้น
วันที่ 12 มีนาคม 2026 ฉันได้รับสำนวนคดีอาญาหมายเลขดำ อ. 1452/2568 พนักงานอัยการฟ้อง "นารินไ อายุ 27 ปี พนักงานธุรการบริษัทเอกชนแห่งหนึ่ง ฐานฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา ผู้ตายคือประธานบริษัท พบร่างตกจากดาดฟ้าอาคารสาทรไพร์มทาวเวอร์เวลา 22.14 น.
หลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์มีน้อยมาก ไม่มีลายนิ้วมือบนราวกันตก ไม่มีภาพจากกล้องวงจรปิดตรงจุดเกิดเหตุเพราะมุมอับ มีเพียงรองเท้าข้างซ้ายสีดำตกอยู่ห่างจากรอยเลือดประมาณ 2 เมตร
อัยการยื่นของกลางชิ้นที่ 4 คือรองเท้าคัชชูส้นกลางสีดำ ยี่ห้อ NE&NA Collection รุ่น 309-2 ขนาด 37 EU พื้นสึกด้านในเล็กน้อย มีรอยถลอกเล็กๆ ที่ขอบส้นด้านนอกซ้าย
ตอนที่เจ้าหน้าที่เปิดถุงหลักฐานในห้องพิจารณา ฉันรู้สึกเหมือนอากาศในห้องถูกดูดออกไปชั่วขณะ นารินให้การเสียงสั่นว่าเธอซื้อรองเท้าคู่นั้นเพราะต้องยืนทำงานทั้งวัน บริษัทไม่ให้สวมผ้าใบ เธอเลือกรุ่นนี้เพราะราคาจับต้องได้และเป็นสินค้าไทย
เธอบอกว่าเธอใส่ไซส์ 37 มาตลอดเพราะหน้าเท้ากว้าง ทนายถามว่าทำไมรองเท้าข้างเดียวไปอยู่บนดาดฟ้า เธอตอบว่าเธอจำไม่ได้ เธอเมาในงานเลี้ยงบริษัท และตื่นมาที่บ้านโดยไม่มีรองเท้าข้างซ้าย
คืนนั้นฉันกลับถึงคอนโดตอน 3 ทุ่ม ถอดรองเท้าของตัวเองออกวางบนพรม ฉันจ้องรอยถลอกที่ส้นซ้ายของคู่ที่ใส่มาทั้งวัน รอยนั้นเกิดจากวันที่ 14 มิถุนายน 2023 ตอนฝนตกหนัก ฉันลื่นบนบันไดหินอ่อนศาลชั้น 2 ส้นกระแทกขอบขั้นบันไดจนหนังเปิดเป็นรอยขาวเล็กๆ รูปพระจันทร์เสี้ยว
ฉันจำได้เพราะวันนั้นฉันเพิ่งตัดสินคดีทุจริตจัดซื้อของเทศบาล และรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะล้มลงทั้งทางร่างกายและความเชื่อมั่น รอยบนของกลางในภาพถ่ายจากสำนวนมีลักษณะเดียวกัน ตำแหน่งเดียวกัน ขนาดเดียวกัน
ความบังเอิญแบบนี้ในทางสถิติของศาลแทบเป็นศูนย์ ฉันเปิดตู้รองเท้า คู่สำรองของฉันก็มีรอยเดียวกันเพราะฉันสลับใส่ ฉันเริ่มหายใจถี่
3 คืนต่อมาฉันนอนไม่หลับ ฉันเริ่มเห็นภาพซ้อนในหัวขณะนั่งบัลลังก์ เสียงค้อนไม้กระทบแท่นดังก้องเกินจริง แพทย์ประจำศาลส่งฉันไปพบจิตแพทย์ชื่อ "วิภา" ตามระเบียบเมื่อผู้พิพากษามีอาการเครียดสะสม
วิภาถามฉันว่าเคยมีเหตุการณ์ใดที่ทำให้รู้สึกผิดแต่ไม่ได้พูดออกมาหรือไม่ ฉันหัวเราะแห้งและตอบตามฟอร์มว่าไม่มี แต่ในคืนนั้นฉันฝันถึงดาดฟ้าอีกแห่งหนึ่ง ไม่ใช่สาทรไพร์ม แต่เป็นอาคารเดียวกันเมื่อ 3 ปีก่อน วันที่ 9 พฤศจิกายน 2022 เวลา 23.02 น.
"ผู้พิพากษาสมชาย" อาจารย์ที่ปรึกษาของฉันตกลงมาจากที่เดียวกัน ผลการสอบสวนสรุปว่าฆ่าตัวตายเพราะภาวะซึมเศร้า ฉันเป็นคนสุดท้ายที่พบเขาที่ห้องทำงานชั้น 19 เขาบอกว่าจะมอบแฟลชไดรฟ์ที่มีหลักฐานการรับเงินของเครือข่ายในกระบวนการยุติธรรม
ฉันบอกให้เขารอถึงเช้าเพราะกลัวอันตราย เขาหัวเราะและบอกว่าถ้าไม่คืนนี้ก็จะไม่มีโอกาสอีก ฉันขึ้นไปดาดฟ้าตามนัดเพื่อรับของ แต่เมื่อไปถึงเขายืนอยู่ริมราว ฉันได้ยินเสียงโทรศัพท์ดัง เขาหันมา ตะโกนชื่อฉัน แล้วร่างเขาก็หายไปจากขอบตึก
ฉันไม่ได้ผลัก ฉันไม่ได้แตะต้อง แต่ฉันวิ่งหนีลงบันไดโดยทิ้งรองเท้าข้างซ้ายไว้เพราะมันหลุดตอนสะดุดธรณีประตู ฉันกลับบ้าน ซื้อรองเท้ารุ่นเดิมสีดำคู่ใหม่ในวันรุ่งขึ้นจากร้านเดิม
และบังคับตัวเองให้เชื่อว่าเหตุการณ์นั้นไม่เคยเกิดขึ้น ฉันเขียนในบันทึกประจำวันว่าอาจารย์ฆ่าตัวตาย
ความทรงจำนั้นไหลกลับมาเหมือนน้ำทะลักจากเขื่อน ฉันเข้าใจแล้วว่าทำไมรอยถลอกจึงตรงกัน ของกลางในคดีนารินไม่ใช่ของนาริน แต่เป็นของฉันจากคืนปี 2022 ที่ถูกเก็บไว้ในห้องเก็บของกลางและมีคนนำออกมาใช้ใหม่
ฉันพยายามยื่นคำร้องขอถอนตัวจากการพิจารณาคดี แต่ประธานศาลขอให้ฉันทำบันทึกชี้แจงก่อน
ในช่วงเวลานั้น "พิมพ์ไ เสมียนศาลประจำบัลลังก์ของฉันอายุ 32 ปี คนที่จัดเรียงสำนวนและส่งของกลางให้ทุกนัด นำกล่องรองเท้าเปล่าขนาด 28 x 14 x 9 เซนติเมตรมาวางบนโต๊ะทำงานฉันหลังเลิกศาล เธอบอกว่าเจอในห้องเก็บของชั้นใต้ดิน ติดป้ายชื่อคดีเก่าของอาจารย์สมชาย
ฉันเปิดกล่องนั้นด้วยมือสั่น ข้างในไม่มีรองเท้า มีเพียงแฟลชไดรฟ์อันหนึ่งกับจดหมายเขียนด้วยลายมือที่ฉันจำได้ดี เป็นของอาจารย์สมชาย เขาเขียนถึงลูกสาวที่ไม่ได้เจอกัน 20 ปีเพราะหย่าร้าง
เขาบอกว่ากำลังจะเปิดโปงกลุ่มนักธุรกิจที่ใช้คดีฟอกเงินซื้อคำพิพากษา และหนึ่งในเครื่องมือของพวกเขาคือประธานบริษัทคนเดียวกับที่ตกตึกในคดีปัจจุบัน
ชายคนนั้นเคยแบล็กเมล์ผู้พิพากษา 5 คนด้วยคลิปเสียง ในแฟลชไดรฟ์มีไฟล์เสียง 14 ไฟล์ หนึ่งในนั้นเป็นเสียงของประธานบริษัทพูดกับฉันเมื่อ 2 ปีก่อนหลังงานสัมมนา
เขาบอกว่าถ้าฉันอยากให้เรื่องคืนนั้นบนดาดฟ้าเงียบไปตลอด ให้ยกฟ้องคดีของบริษัทเขาในเดือนถัดไป ฉันยกฟ้องจริง ด้วยเหตุผลทางกฎหมายที่เขียนไว้สวยงาม แต่ลึกข้างในฉันรู้ว่าฉันแลกความเงียบกับการตัดสิน
พิมพ์ยืนมองฉันจากประตูห้อง เธอพูดช้าๆ ว่าเธอคือลูกสาวในจดหมาย เธอทำงานในศาลมา 4 ปีเพื่อรอวันที่สำนวนของพ่อเธอจะถูกเปิดอีกครั้ง เธอรู้ว่าฉันสวมรองเท้ารุ่น 309-2 ทุกวัน เพราะเธอเป็นคนสั่งซื้อคู่สำรองให้ฉันจากร้านค้าออนไลน์เมื่อปีที่แล้วตอนคู่เก่าพื้นเริ่มบาง
เธอจึงไปขอเบิกรองเท้าของกลางจากคดีพ่อเธอซึ่งเป็นรุ่นเดียวกันไซส์ใกล้เคียงกัน และนำไปวางบนดาดฟ้าในคืนที่ประธานบริษัทตาย เธอไม่ได้ฆ่าเขา เขาเมาและพลัดตกเองหลังทะเลาะกับนารินเรื่องการล่วงละเมิดในที่ทำงาน
แต่พิมพ์ใช้โอกาสนั้นวางรองเท้าข้างซ้ายเพื่อสร้างเรื่องราว เธอเลือกนารินเป็นแพะเพราะนารินคือน้องสาวต่างมารดาของฉัน ที่แม่ยกให้คนอื่นรับเลี้ยงตั้งแต่เกิดอายุ 27 ปี
พิมพ์สืบเจอจากทะเบียนราษฎร เธอต้องการให้ฉันเผชิญหน้ากับความจริงสองชั้นพร้อมกัน คือการที่ฉันเคยนิ่งเฉยต่อการตายของพ่อเธอ และการที่ฉันกำลังจะส่งน้องสาวตัวเองเข้าคุกด้วยหลักฐานที่ฉันรู้ว่าปลอม
ฉันนั่งฟังโดยไม่ขัดจังหวะ หัวใจเต้นแรงจนได้ยินเสียงในหู ความบีบคั้นทางจิตใจไม่ได้มาจากความกลัวติดคุก แต่มาจากการตระหนักว่าตลอด 9 ปีบนบัลลังก์ฉันตัดสินคนอื่นด้วยมาตราวัดที่ฉันเองไม่เคยใช้กับตัวเอง ฉันสวมรองเท้าที่ออกแบบมาเพื่อความมั่นคง แต่ฉันใช้มันเดินหนีมาตลอด
วันอ่านคำพิพากษา ห้องพิจารณาที่ 7 เต็มไปด้วยนักข่าว ฉันมองนารินที่นั่งหลังลูกกรง เธอมีดวงตาเหมือนแม่ของเรา ฉันอ่านคำพิพากษายาว 11 หน้า สรุปว่าพยานหลักฐานโจทก์มีพิรุธเรื่องรองเท้าของกลางหมายเลข 4 ซึ่งผลการตรวจดีเอ็นเอจากเหงื่อภายในรองเท้าไม่ตรงกับจำเลย แต่ตรงกับดีเอ็นเอแฝงในแฟ้มคดีเก่าปี 2022 และเวลาตกจากที่สูงของผู้ตายสอดคล้องกับการพลัดตกเองขณะมึนเมา ศาลยกประโยชน์แห่งความสงสัยให้จำเลย พิพากษายกฟ้อง
เสียงในห้องระเบิดขึ้น ฉันเคาะค้อนครั้งสุดท้ายในชีวิต หลังจากนั้นฉันยื่นซองสีขาวต่อประธานศาล เป็นหนังสือลาออกจากราชการโดยให้เหตุผลว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับพยานหลักฐานในคดีเก่าที่ไม่เคยเปิดเผย
ฉันเดินกลับเข้าห้องทำงาน ถอดรองเท้า NE&NA 309-2 ทั้งสองข้างออก วางลงในกล่องกระดาษขนาด 28 x 14 x 9 เซนติเมตรใบเดิม ปิดฝา และเขียนด้วยปากกาว่า ของกลางชีวิต
ฉันเดินเท้าเปล่าออกจากศาลตอนเย็น พื้นหินอ่อนเย็นเฉียบใต้ฝ่าเท้าเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี พิมพ์รออยู่ที่ลานจอดรถ เธอไม่ได้ยิ้มแบบผู้ชนะ เธอยื่นแฟลชไดรฟ์อีกอันให้ฉัน
บอกว่าในนั้นมีรายชื่อทั้งหมด ฉันพยักหน้า นารินเดินเข้ามากอดฉันโดยไม่รู้ว่าฉันคือใครในทางสายเลือด เธอขอบคุณที่เชื่อเธอ
คืนนั้นฉันไม่ได้กลับคอนโด ฉันไปที่สำนักงานอัยการสูงสุดเพื่อยื่นคำร้องขอรื้อฟื้นคดีการตายของอาจารย์สมชายในฐานะพยาน ไม่ใช่ผู้พิพากษา
รองเท้าคู่ที่เคยพาฉันยืนอย่างมั่นคงบนบัลลังก์ ตอนนี้อยู่ในห้องเก็บของกลาง มันทำหน้าที่ของมันจบแล้ว คือพาฉันเดินกลับมายังจุดที่ฉันเคยวิ่งหนี และครั้งนี้ฉันจะไม่ถอดมันทิ้งไว้อีก
👍 ตัวละครจากนิยายซีรีส์ รองเท้าดำบนบัลลังก์ Sole Judgment
ศิริพร - ผู้พิพากษาหญิง (เพศหญิง) อายุ 38 ปี
เป็นคนยึดระเบียบสูง ชีวิตขับเคลื่อนด้วยตารางเวลาและความสม่ำเสมอ สวมรองเท้า NE&NA รุ่น 309-2 สีดำทุกวันเพราะต้องการความมั่นคงทางกายภาพเพื่อชดเชยความไม่มั่นคงทางใจ ภายนอกดูเยือกเย็น ตัดสินคดีเฉียบขาด แต่ภายในแบกความรู้สึกผิดจากการนิ่งเฉยในอดีต มีภาวะแยกส่วนความทรงจำ (dissociation) ทำให้เธอเป็นทั้งผู้ไล่ล่าความจริงและผู้หลบหนีความจริงในคนเดียวกัน
นาริน – จำเลย (เพศหญิง) อายุ 27 ปี
พนักงานธุรการระดับล่าง บุคลิกไม่โดดเด่นแต่มีความอดทนสูง เลือกรองเท้ารุ่นเดียวกับผู้พิพากษาเพราะเหตุผลทางปฏิบัติคือยืนนานและราคาจับต้องได้ เป็นตัวแทนของผู้หญิงในระบบแรงงานที่ถูกทำให้เป็นเหยื่อโดยง่าย มีความเปราะบางแต่ไม่ยอมรับผิดในสิ่งที่ไม่ได้ทำ ความเชื่อมโยงทางสายเลือดกับศิริพรทำให้เธอเป็นเดิมพันทางศีลธรรมของเรื่องโดยไม่รู้ตัว
พิมพ์ – เสมียนศาล (เพศหญิง) อายุ 32 ปี
ละเอียด รอบคอบ ทำงานเงียบและอยู่เบื้องหลังบัลลังก์มา 4 ปี แรงขับเคลื่อนคือความต้องการทวงความยุติธรรมให้พ่อ ไม่ใช่ความแค้นแบบทำลายล้าง แต่เป็นความอดทนแบบนักวางแผน เธอเข้าใจระบบกฎหมายดีพอจะใช้ช่องว่างของมันเป็นเครื่องมือ เธอเป็นผู้ควบคุมหลักฐานทางอ้อมโดยไม่ละเมิดกฎหมายโดยตรง
ผู้พิพากษาสมชาย (เพศชาย (เสียชีวิตก่อนเริ่มเรื่อง)
อาจารย์และแบบอย่างทางจริยธรรมของศิริพร เป็นผู้พิพากษาสายอุดมคติที่เลือกจะเปิดโปงเครือข่ายทุจริตแม้รู้ว่าจะเสี่ยง การตายของเขาถูกบันทึกว่าเป็นการฆ่าตัวตาย แต่เป็นจุดเริ่มต้นของบาดแผลทางใจทั้งหมด
ประธานบริษัทธนิต (เพศชาย (ผู้ตายในคดีปัจจุบัน)
นักธุรกิจที่ใช้กฎหมายเป็นสินค้า เชี่ยวชาญการแบล็กเมล์ผู้พิพากษาด้วยข้อมูลลับ เป็นตัวแทนของอำนาจนอกระบบที่ทำให้กระบวนการยุติธรรมบิดเบี้ยว
วิภา – จิตแพทย์ (เพศหญิง)
เป็นเสียงภายนอกที่สะท้อนความคิดของศิริพร ไม่ตัดสิน ไม่ชี้นำ แต่ตั้งคำถามที่ทำให้กำแพงป้องกันตัวเองค่อยๆ พังลง
👍 บทวิจารณ์นิยายซีรีส์ รองเท้าดำบนบัลลังก์ Sole Judgment
"รองเท้าดำบนบัลลังก์" เป็นงานแนว Legal & Justice ผสม Psychological Suspense ที่ใช้ของใช้ธรรมดาอย่างรองเท้าคัชชูทำงานเป็นแกนกลางของเรื่องได้อย่างมีประสิทธิภาพ
ผู้เขียนไม่เลือกใช้ฉากฆาตกรรมที่หวือหวา แต่สร้างความบีบคั้นจากห้องพิจารณาคดีที่สงัด จากเสียงค้อนที่ดังเกินจริง และจากรอยถลอกเล็กๆ บนส้นรองเท้าขนาด 38 EU ที่กลายเป็นหลักฐานทางจิตวิทยามากกว่าทางนิติวิทยาศาสตร์
จุดแข็งที่สุดคือการสร้างตัวละครศิริพรให้เป็นผู้พิพากษาที่ไม่สมบูรณ์แบบ เธอไม่ได้เป็นฮีโร่ที่ผดุงความยุติธรรมโดยไร้รอยด่าง แต่เป็นมนุษย์ที่เคยเลือกความปลอดภัยของตำแหน่งมากกว่าความจริง การบรรยายความคิดภายในขณะสวมรองเท้าคู่เดิมทุกเช้า ทำให้ผู้อ่านรู้สึกถึงน้ำหนักของความเคยชินที่กลายเป็นโซ่ตรวน
โครงสร้างเรื่องใช้กระบวนการศาลไทยเป็นฉากหลังอย่างสมจริง ตั้งแต่การยื่นของกลางหมายเลข 4 ไปจนถึงการเขียนคำพิพากษายกฟ้อง ทำให้บรรยากาศมีความน่าเชื่อถือสำหรับผู้อ่านสายอาชีพกฎหมาย ขณะเดียวกันการแทรกเซสชันบำบัดกับจิตแพทย์ก็ช่วยชะลอจังหวะและเปิดพื้นที่ให้สำรวจบาดแผลภายใน
สัญลักษณ์ของรองเท้า NE&NA รุ่น 309-2 ทำงานได้ดีเกินคาด มันถูกอธิบายด้วยคุณสมบัติจริงคือส้นกลางทรงตัน พื้นนุ่ม หน้าเท้ากว้าง ผลิตในไทย ซึ่งในตอนแรกดูเหมือนเป็นรายละเอียดสินค้า แต่เมื่อเรื่องดำเนินไป รองเท้ากลายเป็นตัวแทนของหน้าที่การยืนหยัด ความพยายามจะเดินตรง และการตัดสินใจครั้งสุดท้ายที่จะถอดมันออกและเดินเท้าเปล่า เป็นภาพปิดที่ทรงพลังโดยไม่ต้องอธิบายมาก
ด้านภาษา ผู้เขียนใช้ประโยคสั้นสลับยาวเพื่อจำลองภาวะหายใจติดขัดของตัวเอก หลีกเลี่ยงคำฟุ่มเฟือย และรักษาน้ำเสียงแบบบันทึกภายใน ทำให้ความตึงเครียดเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องพึ่งฉากแอ็กชัน
ข้อสังเกตเล็กน้อยคือผู้อ่านที่ไม่คุ้นกับศัพท์กฎหมายอาจต้องใช้เวลาทำความเข้าใจช่วงการพิจารณาหลักฐาน แต่การอธิบายผ่านมุมมองของศิริพรทำให้ข้อมูลยากกลายเป็นความรู้สึกแทน
นิยายเรื่องนี้ประสบความสำเร็จในการทำให้รองเท้าทำงานคู่หนึ่งกลายเป็นพยานเงียบของระบบยุติธรรมที่บิดเบี้ยว และทำให้คำถามสำคัญที่สุดไม่ใช่ใครผลักใครตกตึก แต่คือเราจะกล้ายืนอยู่บนความจริงได้นานแค่ไหนเมื่อพื้นใต้เท้าเราเองเริ่มไม่มั่นคง
รองเท้าคัชชูผู้หญิงส้นกลาง NE&NA รุ่น 309-2 สีดำคลาสสิก ใส่สบายทั้งวัน
รองเท้าคัชชูผู้หญิงส้นกลาง NE&NA รุ่น 309-2 สีดำคลาสสิก คู่เดียวที่สาวออฟฟิศต้องมี ดีไซน์เรียบหรูหัวมน หนังเงาแมตช์ง่ายกับทุกชุดทำงาน ชุดทางการ หรือลุคประชุม
ส้นกลางทรงตันเพิ่มความสูงอย่างมั่นคง พื้นนิ่มบุนุ่มและหน้าเท้ากว้างพิเศษ ใส่ยืนเดินได้ทั้งวันไม่บีบไม่เมื่อย ผลิตในไทย คุณภาพคุ้มราคา มีไซส์ 35-41 พร้อมกล่อง
| คุณสมบัติ | รายละเอียด |
|---|---|
| ชื่อรุ่น | รองเท้าแฟชั่นผู้หญิงแบบคัชชูทำงานส้นปานกลาง No. 309-2 NE&NA Collection Shoes |
| แบรนด์ | NE&NA (เนแอนด์นา) Official Store |
| สี | ดำ |
| วัสดุ | หนังเทียมแบบเรียบเงา ดูแลรักษาง่าย ให้ลุคหรู |
| รูปแบบส้น | ส้นกลาง ทรงตัน หนาและสั้น เพิ่มความสูงเล็กน้อย เดินมั่นคง |
| หัวรองเท้า | ปลายมน |
| ประเภทยึด | แบบสวม |
| ขนาด (EU) | 35, 36, 37, 38, 39, 40, 41 (ร้านแนะนำ 36-41) |
| ความสบาย | พื้นนิ่ม ด้านในบุนุ่ม หน้าเท้ากว้างกำลังดี ยืนสบายได้ทั้งวัน |
| ลวดลาย | เรียบ ไม่มีลวดลาย |
| โอกาสใช้งาน | เป็นทางการ ทำงาน ประชุมธุรกิจ หรือลำลองสุภาพ |
| ฤดูกาล | All Seasons |
| ประเทศต้นกำเนิด | ไทย |
| ขนาดกล่อง | 28 cm x 14 cm x 9 cm |
| การดูแลรักษา | ควรหลีกเลี่ยงการโดนน้ำ |
