คำพิพากษาใต้ดวงดาว Starlight Verdict


ความเงียบสงัดของห้องขังปิดตาย มีเพียงแสงดาวระยิบระยับที่ส่องผ่านช่องบัญชรมาเตือนสติอดีตทนายความสาวผู้ถูกใส่ร้าย

เมื่ออิสรภาพถูกพรากไปด้วยแผนการอันแยบยล สติปัญญาและตรรกะทางกฎหมายจึงกลายเป็นอาวุธเดียวที่เธอใช้ต่อกรกับอำนาจมืด

สายตาอบอุ่นของอัยการหนุ่มคนรักใต้แสงราตรีอาจเป็นดั่งความหวัง หรือแท้จริงแล้วอาจซ่อนกลลวงเชิงกลยุทธ์ที่ไม่ทันสังเกต

นิยายซีรีส์ คำพิพากษาใต้ดวงดาว Starlight Verdict

เสียงด่านกั้นเหล็กกระทบกันดังสนั่นในเวลา 21.00 น. คือสัญญาณเตือนว่าชีวิตของอดีตทนายความอย่างฉันได้ถูกตัดขาดจากโลกภายนอกอย่างสมบูรณ์แล้ว

สายตาของฉันเหม่อมองผ่านช่องบัญชรเล็กๆ บนเพดานห้องขังหมายเลข 304 ที่เปิดรับเพียงแสงสว่างระยิบระยับของหมู่ดาวในคืนอันเงียบสงัด มันเป็นสิ่งเดียวที่เตือนใจว่าฉันยังคงเป็นมนุษย์ที่มีชีวิต ไม่ใช่เพียงผู้ต้องขังหมายเลข 8809 ที่ถูกจองจำในเรือนจำความมั่นคงสูงแห่งนี้ 

จากนักกฎหมายผู้เคยยืนผงาดในศาลอาญาคดีทุจริต ต้องมาตกเป็นจำเลยในคดีฆาตกรรมที่ตนไม่ได้ก่อ ทุกสิ่งทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างแยบยลจนแม้แต่ตัวฉันเองในยามนั้นยังตามไม่ทันกลอุบายของศัตรู

บนโต๊ะไม้ขนาดเล็กข้างเตียงเหล็ก มีหนังสือนิยายเล่มหนาตั้งวางอยู่ มันคือ หนังสือนิยาย หวนคืนอีกครา สู่ห้วงเวลาแสนงาม เล่ม 3 ผลงานของตงเทียนเตอะหลิ่วเยี่ย จากสำนักพิมพ์แจ่มใส 

หนังสือความยาว 560 หน้า ขนาด 14.5 x 20.9 x 3.3 CM และหนัก 0.675 KG เล่มนี้ ไม่ใช่เพียงสื่อบันเทิงฆ่าเวลา แต่เป็นหนังสือเล่มเดียวที่เจ้าหน้าที่ยอมให้ฉันครอบครอง หลังจากผ่านการตรวจค้นอย่างเข้มงวด

ยามเมื่อจ้องมองรหัสบาร์โค้ด 9786160629091 ที่พิมพ์อยู่บนปกหลัง ฉันมักจะนึกถึงวันที่หนังสือเล่มนี้วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อ 21 ก.ค. 2565 ในตอนนั้น ฉันยังเป็นทนายความฝ่ายจำเลยผู้มั่นใจในความยุติธรรม

ฉันกับ 'พิชญ์' อัยการหนุ่มผู้เป็นทั้งคนรักและพันธมิตรในอุดมการณ์ มักจะใช้เวลาหลังเลิกงานนั่งมองท้องฟ้าบนดาดฟ้าของอาคารสำนักงานกฎหมาย ร่วมกันถกเถียงเรื่องข้อกฎหมายและวางแผนทลายเครือข่ายเน่าเหม็นในวงการยุติธรรม

สายตาของพิชญ์ที่มองฉันใต้แสงดาวในวันนั้นเต็มไปด้วยความเชื่อมั่นและอบอุ่น เราสัญญาว่าจะร่วมกันต่อสู้จนกว่าความจริงจะปรากฏ

แต่แล้วทุกอย่างก็พังทลายลงเมื่อฉันถูกดักซุ่มวางยาและตื่นขึ้นมาพร้อมกับมีดในมือ ข้างร่างที่ไร้วิญญาณของอัยการสูงสุด ผู้ซึ่งกำลังจะส่งมอบหลักฐานชิ้นสำคัญให้ฉัน คดีถูกฟ้องร้องอย่างรวดเร็ว พยานหลักฐานเท็จถูกจัดฉากอย่างเป็นระบบ จนฉันต้องระเห็จเข้ามาอยู่ในห้องปิดตายแห่งนี้

ห้องขังหมายเลข 304 ไม่ใช่ห้องขังธรรมดา มันคือห้องปิดตายเชิงกลยุทธ์ที่ถูกออกแบบด้วยระบบรักษาความปลอดภัยทางกลและอิเล็กทรอนิกส์ขั้นสูง ผนังคอนกรีตหนา 50 เซนติเมตร ไร้ช่องหน้าต่างระดับสายตา ประตูเหล็กกล้าไร้สนิมใช้ระบบล็อกสลักกลไกคู่กับเซนเซอร์ตรวจจับน้ำหนักใต้พื้นห้อง

หากน้ำหนักบนพื้นห้องเปลี่ยนไปเกิน 0.5 KG ในยามวิกาล โดยไม่มีคำสั่งปลดล็อกให้อภัยโทษหรือการย้ายผู้ต้องขัง สัญญาณเตือนภัยระดับสูงสุดจะทำงานทันที เจ้าหน้าที่ควบคุมจะเข้ามากดดันและควบคุมตัวด้วยมาตรการขั้นเด็ดขาด

แต่ผู้สร้างระบบนี้อาจลืมไปว่า นักกฎหมายที่เก่งกาจไม่ได้อ่านเพียงแค่ตัวบทกฎหมาย แต่อ่านความคิดของผู้คนและการทำงานของเครื่องจักรด้วย

ฉันใช้เวลาตลอด 3 เดือนที่ผ่านมา คำนวณน้ำหนักตัวของฉัน ผสมผสานกับน้ำหนัก 0.675 KG ของหนังสือ หวนคืนอีกครา สู่ห้วงเวลาแสนงาม เล่ม 3 และระยะทางจากเตียงนอนไปยังจุดอับของเซนเซอร์กลไก

ทุกคืนวันศุกร์ พิชญ์จะได้รับอนุญาตพิเศษให้เข้ามาพบฉันในฐานะที่ปรึกษาทางกฎหมายเพื่อเตรียมคำร้องอุทธรณ์ ห้องเยี่ยมผู้ต้องขังตั้งอยู่ชั้นบนสุดของแดน 3 ซึ่งมีหลังคากระจกใสเปิดรับแสงสว่างจากหมู่ดาว

เราสองคนนั่งเผชิญหน้ากันโดยมีกระจกกันกระสุนกั้นกลาง พิชญ์จะยิ้มให้ฉันอย่างอ่อนโยนเสมอ นิ้วมือของเขาทาบลงบนกระจกตรงกับตำแหน่งนิ้วของฉัน เสียงของเขาผ่านสายหูฟังฟังดูนุ่มนวลและเปี่ยมด้วยความหวังว่ากำลังหาทางช่วยฉันอยู่เสมอ

เขาบอกให้ฉันเก็บหนังสือเล่มที่เขาส่งให้ไว้ให้ดี เพราะในเล่ม 3 นั้น มีรหัสลับที่ฉันและเขาเคยใช้ในการสื่อสารตอนทำคดีความด้วยกัน ให้ฉันรวบรวมรหัสลับจากหน้าที่ 21 หน้าที่ 7 และหน้าที่ 560 ฉันพยักหน้าให้เขา หัวใจพองโตด้วยความรักและความเชื่อมั่นว่าชายผู้เป็นดั่งแสงสว่างในชีวิตจะไม่ทอดทิ้งฉัน

ในคืนนี้ แสงดวงดาวส่องกระทบลงมาบนปกหนังสือนิยาย ฉันใช้นิ้วลูบสัมผัสความหนา 3.3 CM ของเล่มหนังสือ ความทรงจำเกี่ยวกับเนื้อหาของนิยายที่บอกเล่าเรื่องราวของเฉียวเจา หญิงสาวผู้ต้องต่อสู้ท่ามกลางการกลั่นแกล้ง ยาพิษ และความหวาดกลัวต่อเป้าธนู สะท้อนเข้ากับชีวิตจริงของฉันอย่างน่าประหลาด

ฉันเองก็กำลังยืนอยู่กลางเป้าธนูแห่งความยุติธรรมที่บิดเบี้ยว โดยมีชีวิตของตัวเองเป็นเดิมพัน พิชญ์บอกให้ฉันแกะรหัสตัวเลขจากบาร์โค้ด 9786160629091 เพื่อนำไปถอดรหัสไฟล์ลับที่ฉันซ่อนไว้ในเซิร์ฟเวอร์กลางของกระทรวงยุติธรรม ซึ่งเป็นไฟล์ที่จะเปิดโปงผู้บงการแท้จริงที่ใส่ร้ายฉัน

ฉันใช้เวลาหลายสัปดาห์ค่อยๆ แกะรหัสทีละตัวตามที่เขาชี้แนะ ผ่านการส่งข้อความลับด้วยตัวเลขหน้าหนังสือในทุกครั้งที่เจอกัน

แต่แล้ว ในการเยี่ยมครั้งล่าสุดเมื่อหัวค่ำที่ผ่านมา เกิดรอยร้าวเล็กๆ ที่ทำให้โลกทั้งใบของฉันสั่นสะเทือน ขณะที่พิชญ์กำลังอธิบายขั้นตอนการยื่นอุทธรณ์ เขากลับพลั้งปากพูดถึงรหัสเอกสารลับชุดหนึ่ง ซึ่งเป็นรหัสที่มีเพียงผู้บงการและคนวงในระดับสูงของฝั่งอัยการเจ้าของคดีเท่านั้นที่รู้ 

รหัสชุดนั้นไม่เคยปรากฏในสำนวนคดีที่แจกจ่ายให้ทนายความ ความเย็นวาบวิ่งผ่านแผ่นหลังของฉันในทันที ฉันจ้องมองเข้าไปในดวงตาของชายที่ฉันรัก ชายผู้ที่นั่งอยู่ใต้แสงดาวดวงเดียวกันมาตลอดหลายปี

บัดนี้ฉันจึงได้เข้าใจความจริงอันน่าหวาดหวั่น พิชญ์ไม่ได้กำลังพยายามช่วยฉันออกจากกรงขัง แต่เขาคือหนึ่งในผู้ร่วมวางแผนใส่ร้ายฉันตั้งแต่แรก หนังสือเล่มนี้ที่เขาส่งเข้ามา ไม่ใช่เครื่องมือในการช่วยเหลือ แต่เป็นกลอุบายที่เขาใช้หลอกลวงเพื่อดึงเอารหัสถอดรหัสไฟล์ลับจากฉันต่างหาก เขาใช้ความรัก ความไว้ใจ และแสงดาวที่เราเคยดูด้วยกันเป็นฉากหน้าในการทรยศอย่างเลือดเย็น

ความจริงที่ถูกเปิดเผยเจ็บปวดยิ่งกว่าการถูกคุมขังในห้องปิดตายแห่งนี้ แต่น้ำตาของนักกฎหมายอย่างฉันไม่มีวันไหลให้แก่ความพ่ายแพ้

ฉันสูดหายใจเข้าลึก ควบคุมอัตราการเต้นของหัวใจไม่ให้แสดงความผิดปกติผ่านทางสายตาหรือท่าทาง ฉันแสร้งทำเป็นพยักหน้ารับคำ และบอกเขาว่าฉันจะถอดรหัสส่วนสุดท้ายจากหนังสือ หวนคืนอีกครา สู่ห้วงเวลาแสนงาม เล่ม 3 ให้เสร็จสิ้นภายในคืนนี้ แล้วส่งมอบให้เขาในตอนเช้า 

พิชญ์ยิ้มด้วยความพึงพอใจ ยิ้มของคนที่คิดว่าตนเองเป็นผู้ชนะในเกมกลยุทธ์นี้ โดยที่ไม่รู้เลยว่า ฉันได้ซ้อนแผนการอันแยบยลไว้เรียบร้อยแล้ว

ความจริงก็คือ ฉันรู้ตัวมาตั้งแต่สัปดาห์แรกที่เข้ามาในห้องกักขังแล้วว่า พิชญ์มีพฤติกรรมน่าสงสัย การที่เขาจัดหาหนังสือเล่มนี้ที่มีความหนา 560 หน้า และน้ำหนัก 0.675 KG เข้ามาให้ฉัน ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นเพราะฉันเคยเปรยกับเขาในอดีตว่า หนังสือที่มีโครงสร้างขนาด 14.5 x 20.9 x 3.3 CM พอดี จะเป็นตัวแปรสำคัญในการแทรกแซงกลไกน้ำหนักของห้องขังหมายเลข 304

เวลา 23.30 น. ท้องฟ้าเหนือกรงขังมืดมิดลง แต่แสงดาวกลับส่องสว่างยิ่งกว่าเดิม ฉันเริ่มลงมือตามแผนการอันชาญฉลาด กลยุทธ์ห้องปิดตายของฉันไม่ได้พึ่งพาการแหกคุกด้วยกำลัง แต่ใช้กฎหมายและกลไกของระบบเป็นเครื่องมือ

ฉันนำหนังสือนิยาย หวนคืนอีกครา สู่ห้วงเวลาแสนงาม เล่ม 3 ไปวางไว้ตรงมุมใต้ฐานเตียงเหล็ก ณ จุดที่เซนเซอร์วัดความดันกลไกตั้งอยู่ ด้วยน้ำหนักที่แม่นยำ 0.675 KG และขนาดความสูง 3.3 CM มันทำการหนุนสลักแรงกดใต้เตียงพอดี ทำให้ระบบคอมพิวเตอร์ประมวลผลว่ายังคงมีน้ำหนักตัวของฉันนอนอยู่บนเตียง แม้ว่าฉันจะลุกขึ้นยืนแล้วก็ตาม

จากนั้น ฉันใช้เข็มโลหะขนาดเล็กที่ซ่อนไว้ในปกหลังของหนังสือ ดึงสายสัญญาณเชื่อมต่อกล่องควบคุมไฟฟ้าระดับห้องขัง รหัสบาร์โค้ด 9786160629091 ไม่ใช่รหัสถอดรหัสไฟล์ลับตามที่พิชญ์เข้าใจ แต่เป็นรหัสคำสั่งลัดทางกฎหมายคณิตศาสตร์ที่ฉันโปรแกรมไว้ในระบบศาลตั้งแต่ก่อนถูกจับ

เมื่อฉันกดตัวเลขรหัส 9786160629091 ลงในแป้นพิมพ์ฉุกเฉินของกล่องควบคุมประจำห้อง ระบบกักขังพิเศษจะถือว่าเกิดความผิดพลาดขั้นร้ายแรงในระบบประมวลผลความมั่นคงแห่งชาติ ตามพระราชบัญญัติมาตรการกำกับดูแลผู้ต้องขัง พ.ศ. 2565 มาตรา 47

ซึ่งระบุไว้อย่างชัดเจนว่า หากระบบห้องขังปิดตายเกิดความผิดพลาดเชิงกลไกพร้อมกับการเปิดรหัสตรวจสอบฉุกเฉิน ประตูห้องขังทั้งหมดจะถูกปลดล็อกโดยอัตโนมัติเพื่อป้องกันการละเมิดสิทธิมนุษยชนของผู้ต้องขัง และระบบจะทำการส่งสัญญาณเตือนภัยตรงไปยังสำนักงานอัยการสูงสุดและคณะกรรมการตุลาการโดยทันที

เสียงสัญญาณเตือนภัยดังหวีดหวิวไปทั่วทั้งแดน 3 ประตูเหล็กกล้าไร้สนิมของห้องขังหมายเลข 304 สไลด์เปิดออกช้าๆ ฉันก้าวเท้าออกไปข้างนอกอย่างมั่นคง ในมือยังคงถือหนังสือนิยายเล่มสำคัญเอาไว้

เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยวิ่งตรงมายังทิศทางของฉันด้วยความตื่นตระหนก แต่ฉันไม่ได้วิ่งหนี ฉันยืนสงบนิ่งอยู่กลางลานกว้างใต้แสงดาวอันเจิดจรัส เอกสารคำร้องขอตรวจสอบความบริสุทธิ์ฉุกเฉินและหลักฐานเอาผิดผู้บงการตัวจริง ถูกส่งผ่านระบบคลาวด์ไปยังเครื่องพิมพ์ของศาลฎีกาและสื่อมวลชนทุกแขนงเรียบร้อยแล้วด้วยรหัสผ่านบาร์โค้ดที่ถูกกระตุ้นการทำงาน

เจ้าหน้าที่ควบคุมเปิดไฟสปอตไลต์ส่องสว่างไปทั่วลาน เจ้าหน้าที่ระดับสูงและคณะอัยการพิเศษรีบรุดเดินทางมายังเรือนจำในเวลาไม่กี่นาทีต่อมา เนื่องจากระบบคำสั่งฉุกเฉินทางกฎหมายบังคับให้มีการเปิดศาลไต่สวนมูลฟ้องด่วนทันทีในสถานที่เกิดเหตุเมื่อมีการร้องเรียนการละเมิดกระบวนการยุติธรรม

ท่ามกลางฝูงชนและเจ้าหน้าที่ที่ห้อมล้อม พิชญ์เดินเข้ามาหาฉัน ใบหน้าของเขามีความตกตะลึงและตื่นตระหนกอย่างเห็นได้ชัด รถตำรวจและรถเจ้าหน้าที่จาก DSI จอดเรียงราย เจ้าหน้าที่ตำรวจตรงเข้าควบคุมตัวอัยการสูงสุดและผู้บงการตัวจริงที่เดินทางมาถึงตามคำสั่งเรียกฉุกเฉินของระบบศาล

พิชญ์มองฉันด้วยสายตาที่สับสน เขาพึมพำผ่านริมฝีปากว่าฉันรู้เรื่องตั้งแต่เมื่อไหร่ ฉันมองหน้าเขา ตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยว่าฉันรู้ตั้งแต่วันแรกที่เขายื่นหนังสือเล่มนี้ให้ฉัน เขาคิดว่าใช้ความรักและนิยายเล่มนี้เป็นเป้าธนูในการล่อลวงฉัน แต่เขาลืมไปว่าคนที่ออกแบบระบบรักษาความปลอดภัยนี้ และคนที่เขียนอัลกอริทึมรหัส 9786160629091 คือฉันเอง

ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังจะนำตัวอัยการสูงสุดเข้าตรวนเหล็ก พิชญ์ก็ก้าวถอยหลังเตรียมจะเดินออกจากลานกว้าง แต่ทันใดนั้น นายตำรวจระดับสูงกลับเดินตรงเข้ามาล็อกกุญแจมือใส่ข้อมือของพิชญ์เช่นกัน

พิชญ์ตะโกนออกมาด้วยความตกใจและอ้างว่าตนคือคนที่ร่วมมือกับตำรวจจับฉัน นายตำรวจส่งยิ้มให้เขาพร้อมชูเอกสารคำสั่งจับกุมพลางอธิบายว่า เอกสารที่อัยการพิชญ์เซ็นอนุมัติส่งมอบหนังสือนิยาย หวนคืนอีกครา สู่ห้วงเวลาแสนงาม เล่ม 3 เข้ามาในเรือนจำเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565

มีการประทับตราอนุมัติพิเศษแบบสืบราชการลับ ซึ่งตามกฎหมายกระบวนการยุติธรรม มาตรา 102 ระบุว่า ผู้ที่เซ็นอนุมัติเอกสารนี้ ถือเป็นผู้สมรู้ร่วมคิดในการยักย้ายพยานหลักฐาน หากเอกสารนั้นถูกใช้ในการเปิดระบบควบคุมฉุกเฉิน

พิชญ์หน้าซีดถอดสี เขามองมาที่ฉันด้วยความตกตะลึงขั้นสุด ฉันจึงยิ้มให้เขาเบาๆ ยิ้มเดียวกับที่เขาเคยยิ้มให้ฉันในห้องเยี่ยมผู้ต้องขัง พิชญ์ไม่ได้เพียงแค่คิดว่าตัวเองหลอกฉันได้ และฉันไม่ได้เพียงแค่ซ้อนแผนหลอกเขาคืน

แต่ฉันใช้ความยโสและความคิดว่าตนเองฉลาดแกมโกงของพิชญ์ ให้เขากลายเป็นผู้เซ็นอนุมัติหลักฐานมัดตัวเขาเองลงในระบบกฎหมายอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ การที่เขาเอาหนังสือเล่มนี้มาให้ฉันด้วยตนเอง คือการเซ็นคำรับสารภาพและใบสั่งจับกุมตัวเองโดยที่เขาไม่เคยรู้ตัวเลยตลอดเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา

ความจริงทั้งหมดได้รับการเปิดเผยต่อหน้าสื่อมวลชนและคณะกรรมการยุติธรรมในคืนนั้นเอง คำพิพากษาอันบิดเบี้ยวถูกยกเลิก ฉันได้รับการปลดปล่อยให้เป็นอิสระอย่างสมบูรณ์แบบโดยไร้ราคิน

ส่วนพิชญ์และเครือข่ายทุจริตทั้งหมด ต้องกลายเป็นผู้ต้องขังคนใหม่ของเรือนจำแห่งนี้ แทนที่ตำแหน่งที่ฉันเคยยืน ฉันเดินออกจากประตูเหล็กกล้าของเรือนจำความมั่นคงสูง ก้าวเข้าสู่ยามค่ำคืนที่ลมพัดผ่านเบาๆ

ฉันหยุดยืนอยู่กลางลานกว้าง เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ แสงสว่างระยิบระยับของหมู่ดวงดาวยังคงส่องสว่างลงมาอย่างสละสลวยดั่งวันวาน

หนังสือ หวนคืนอีกครา สู่ห้วงเวลาแสนงาม เล่ม 3 ยังคงอยู่ในมือของฉัน ความหนา 560 หน้า และน้ำหนัก 0.675 KG ของมัน ไม่ใช่ภาระอีกต่อไป แต่เป็นอนุสรณ์แห่งชัยชนะของสติปัญญา และเป็นการเริ่มต้นบทใหม่ของชีวิตใต้แสงดาวที่ฉันเป็นผู้กำหนดคำพิพากษาด้วยตัวเองอย่างแท้จริง

👉 นักแสดง ใน นิยายซีรีส์ คำพิพากษาใต้ดวงดาว Starlight Verdict

ณิชา (เพศหญิง)
อดีตทนายความสาวฝ่ายจำเลยผู้ทรงอิทธิพลทางความคิด เข้มแข็ง มีสติปัญญาเป็นเลิศ ละเอียดรอบคอบ และอ่านคนได้อย่างทะลุปรุโปร่ง เธอเป็นคนยึดมั่นในความถูกต้องทางกฎหมาย ทว่าเมื่อตกเป็นเป้าของการใส่ร้าย เธอไม่ได้ใช้เพียงความแค้นในการโต้ตอบ แต่เลือกใช้กระบวนการทางกฎหมาย ตรรกะคณิตศาสตร์ และกลยุทธ์เชิงกลในการตลบหลังศัตรูอย่างสงบนิ่งและเฉียบขาด

พิชญ์ (เพศชาย)
อัยการหนุ่มผู้ทรงเสน่ห์ มีฉากหน้าเป็นคนรักที่แสนอบอุ่น เปี่ยมด้วยอุดมการณ์ และเป็นที่พึ่งพาในยามยาก แต่ภายใต้รอยยิ้มแสนอ่อนโยนกลับซ่อนความทะเยอทะยาน ความเจ้าคิดเจ้าเล่า และความฉลาดแกมโกงอย่างร้ายกาจ เขาเชื่อว่าตนเองสามารถควบคุมเกมและใช้ความรู้สึกของผู้อื่นเป็นเครื่องมือได้อย่างแยบยล โดยไม่รู้เท่าทันกลยุทธ์ที่ลึกซึ้งกว่าของฝ่ายตรงข้าม

👉 บทวิจารณ์ นิยายซีรีส์ คำพิพากษาใต้ดวงดาว Starlight Verdict

คำพิพากษาใต้ดวงดาว (Starlight Verdict) เป็นผลงานวรรณกรรมแนว Legal & Justice Fiction ที่ผสมผสานบรรยากาศความโรแมนติกเชิงจิตวิทยาเข้ากับกลลวงเชิงการเมืองในกระบวนการยุติธรรมได้อย่างเปี่ยมชั้นเชิง

จุดเด่นสำคัญของเรื่องอยู่ที่การสร้างแรงกดดันในพื้นที่จำกัด ตัวเนื้อหาใช้ประโยชน์จากสภาพแวดล้อมเชิงกลไกเพื่อขับเน้นให้เห็นถึงการเชือดเฉือนทางความคิด การชิงชัง และการวางกลยุทธ์ที่ซับซ้อนระหว่างตัวละคร

โครงเรื่องมีระดับการเล่าที่ประณีต ค่อยๆ สร้างความร้อยเรียงของปมปริศนาผ่านข้อกฎหมาย นัยเชิงตัวเลข และกลไกเชิงช่าง ทำให้ผู้อ่านรู้สึกถึงความตึงเครียดที่ไต่ระดับขึ้นทีละน้อย

โทนเรื่องสะท้อนการต่อสู้ด้วยสติปัญญา ความกล้าหาญในการเผชิญหน้ากับอำนาจมืด และบทเรียนอันน่าสะพรึงกลัวเกี่ยวกับจิตใจของมนุษย์ ความสัมพันธ์ของตัวละครถูกถ่ายทอดออกมาได้อย่างมีมิติ สะท้อนให้เห็นว่าความไว้เนื้อเชื่อใจและเป้าหมายส่วนตนนั้นเดินขนานกันไปบนเส้นบางๆ ได้อย่างไร

งานเขียนชิ้นนี้ไม่เพียงแต่ให้ความบันเทิงในด้านความตื่นเต้นของการเอาชนะด้วยกลยุทธ์ แต่ยังทิ้งข้อคิดอันแหลมคมเกี่ยวกับเนื้อแท้ของความยุติธรรม ว่าแท้จริงแล้วมันอาจไม่ได้เกิดจากโชคชะตา แต่เกิดจากความเฉียบแหลมและการตัดสินใจของมนุษย์เอง นับเป็นผลงานแนวชิงเชิงเชิงกฎหมายที่มีความลงตัว เข้มข้น และสร้างความประทับใจให้กับผู้ที่ชื่นชอบวรรณกรรมแนวสืบสวนสอบสวนร่วมสมัยอย่างยิ่ง

หนังสือนิยาย หวนคืนอีกครา สู่ห้วงเวลาแสนงาม เล่ม 3
ดำดิ่งสู่ความเข้มข้นขั้นสุดกับ 'หวนคืนอีกครา สู่ห้วงเวลาแสนงาม เล่ม 3'
ผู้ที่ติดตามชีวิตของ 'เฉียวเจา' นางเอกสายแกร่งมาอย่างต่อเนื่อง เล่มนี้เนื้อหาจะเข้มข้นและตื่นเต้นขึ้นอีกหลายเท่า ตัวเอกสามารถเข้าร่วมชุมนุมฟู่ซานได้สำเร็จตามแผน เพื่อสร้างที่ยืนในกลุ่มสตรีและหาทางเจอตัวพี่ชายให้เร็วที่สุด

ทว่าสังคมชนชั้นสูงกลับเต็มไปด้วยภัยมืด การกลั่นแกล้ง กีดกัน การลอบวางยาพิษ ไปจนถึงเหตุการณ์ขัดแย้งรุนแรงถึงขั้นเลือดตกยางออก เส้นทางของนางในเล่มนี้จึงเต็มไปด้วยอันตรายและปมความสัมพันธ์ที่ซับซ้อนกว่าเดิม

ปมความขัดแย้งและจุดเด่นของเรื่อง

จุดเด่นสำคัญอยู่ที่การไต่ระดับอารมณ์และความกดดันของตัวละคร โดยเฉพาะฉากที่เฉียวเจาต้องจำใจเป็นเป้าธนูให้บุตรสาวของเจียงถัง ทั้งที่ธนูคือสิ่งที่นางหวาดกลัวที่สุดในชีวิต ผสานกับปมรักแทรกซ้อนเมื่อเจียงหย่วนเฉาเข้ามาเปิดเผยความรู้สึก ซ้อนทับกับความสัมพันธ์เดิมที่มีกับเซ่าหมิงยวน

การเล่าเรื่องสะท้อนให้เห็นว่าความหลงใหลและจิตใจของมนุษย์นั้นน่ากลัวยิ่งกว่าอาวุธใดๆ สร้างบรรยากาศลึกลับชวนติดตามจนวางไม่ลง



รายละเอียดตัวเล่ม

ผลงานประพันธ์ของ ตงเทียนเตอะหลิ่วเยี่ย

จัดพิมพ์และจำหน่ายโดย สำนักพิมพ์แจ่มใส (หมวดนิยายรักจีนโบราณ)

ความยาว 560 หน้า (เนื้อหาอัดแน่น เล่มหนาจุใจ)

ขนาดเล่ม 14.5 x 20.9 x 3.3 เซนติเมตร น้ำหนัก 0.675 กิโลกรัม จับถือถนัดมือ

รหัสบาร์โค้ด 9786160629091

วางจำหน่ายครั้งแรกเมื่อวันที่ 21 กรกฎาคม 2565

คนที่ชื่นชอบนิยายจีนโบราณแนวชิงเชิง หักเหลี่ยม ผสมผสานความรักที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เล่มนี้นับว่าจัดเต็มความสนุกตลอดการอ่าน ร่วมลุ้นไปกับบทสรุปการต่อสู้ของเฉียวเจาในเล่มนี้ไปพร้อมกัน
(Affiliate Disclosure) โพสต์นี้มีลิงก์สปอนเซอร์ การซื้อสินค้าผ่านลิงก์อาจสร้างรายได้แก่เรา
Product Image
หนังสือนิยาย หวนคืนอีกครา สู่ห้วงเวลาแสนงาม เล่ม 3 ผลงานเขียนโดยตงเทียนเตอะหลิ่วเยี่ย จากสำนักพิมพ์แจ่มใส ที่อัดแน่นความสนุกกว่า 560 หน้า
นำเสนอเรื่องราวนิยายรักจีนโบราณสุดเข้มข้นกับการชิงเชิงในชุมนุมฟู่ซาน และปมความสัมพันธ์ที่ลุ้นระทึกทุกหน้ากระดาษ สัมผัสความสนุกครบรสของงานพิมพ์คุณภาพเยี่ยม ตัวเล่มจับถนัดมือ พร้อมให้คุณสั่งซื้อไปครอบครองบนชั้นหนังสือแล้ววันนี้

Product Image
หนังสือนิยาย หวนคืนอีกครา สู่ห้วงเวลาแสนงาม เล่ม 3 นิยายรักจีนโบราณเล่มหนาจุใจ 560 หน้า ผลงานคุณภาพพรีเมียมจากสำนักพิมพ์แจ่มใส
ถ่ายทอดการต่อสู้ด้วยสติปัญญาของเฉียวเจา ปมการเดิมพันชีวิต และความสัมพันธ์อันซับซ้อนด้วยภาษาแปลสละสลวยน่าติดตาม เติมเต็มคอลเลกชันนักอ่านด้วยรูปเล่มมาตรฐานขนาด 14.5 x 20.9 ซม. กดสั่งซื้อเพื่อร่วมพิสูจน์ความเข้มข้นได้ทันที

ข้อมูล หนังสือนิยาย หวนคืนอีกครา สู่ห้วงเวลาแสนงาม เล่ม 3
รายการ / คุณสมบัติ รายละเอียดข้อมูล
ชื่อสินค้า หวนคืนอีกครา สู่ห้วงเวลาแสนงาม เล่ม 3
ผู้เขียน ตงเทียนเตอะหลิ่วเยี่ย
สำนักพิมพ์ แจ่มใส
หมวดหมู่ นิยาย, นิยายรัก, นิยายรักจีนโบราณ
จำนวนหน้า 560 หน้า
ขนาด (กว้าง x ยาว x สูง) 14.5 x 20.9 x 3.3 ซม.
น้ำหนัก 0.675 กก.
บาร์โค้ด (ISBN) 9786160629091
วันที่วางขาย 21 กรกฎาคม 2565

    ค้นหาหนังสือนิยายที่ดีที่สุดเพิ่มเติมได้ที่

    Product Image
    Naiin Official Shop
    ร้าน Naiin Official Shop มีนิยายหลากหลายแนว ทั้งโรแมนติก ดราม่า สืบสวน และแฟนตาซี พร้อมทั้งผลงานใหม่จากนักเขียนชื่อดัง
    Product Image
    สำนักพิมพ์ซีเอ็ด SE-ED Publish
    ซีเอ็ด (SE-ED Publish) มีนิยายและหนังสือหลากหลายแนว ทั้งเล่มจริง, อีบุ๊ก และหนังสือเสียง โดยเน้นความครบครันในทุกหมวดหมู่ ตั้งแต่โรแมนติก, วรรณกรรมแปล, ไปจนถึงนิยายแฟนตาซีและวัยรุ่น พร้อมโปรโมชั่นและส่วนลดบ่อยครั้ง เหมาะสำหรับนักอ่านที่ต้องการทั้งความบันเทิงและสาระ
    Product Image
    Amarinbooks Official Shop
    Amarinbooks Official Shop มีนิยายหลากหลายแนว ทั้งนิยายวาย นิยายจีน และวรรณกรรมแปล พร้อมโปรโมชั่นและส่วนลดบ่อยครั้ง เหมาะสำหรับนักอ่านที่ชอบทั้งโรแมนติก ดราม่า และสืบสวนสอบสวน โดยสามารถซื้อได้ทั้งเล่มจริงและอีบุ๊ก
    Product Image
    สถาพรบุ๊คส์ Satapornbooks
    สถาพรบุ๊คส์ (Satapornbooks) เป็นสำนักพิมพ์ใหญ่ที่มีนิยายหลากหลายแนว ทั้งนิยายรัก, นิยายจีนแปล, นิยายแฟนตาซี, และนิยายวาย โดยมีนักเขียนชื่อดังและผลงานขายดีมากมาย พร้อมโปรโมชั่นลดราคาประจำ เช่น ลด 15–20% และจัดชุด Boxset พิเศษ
    Product Image
    jamsai official
    Jamsai Official Shop เป็นหนึ่งในสำนักพิมพ์นิยายที่ได้รับความนิยมมากที่สุดในไทย โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นและนักอ่านที่ชื่นชอบนิยายรักโรแมนติกและนิยายวาย (BL) พร้อมทั้งมีนิยายแฟนตาซีและวรรณกรรมแปลที่หลากหลาย
    Product Image
    Salmon Books
    สำนักพิมพ์ Salmon Books (แซลมอนบุ๊คส์) เป็นสำนักพิมพ์ที่เน้นนิยายและหนังสือ นอกกระแสหลัก ที่มีความคิดสร้างสรรค์ แปลกใหม่ และสะท้อนสังคมร่วมสมัย เหมาะสำหรับนักอ่านที่ชอบงานเขียนแนวทดลอง, วรรณกรรมแปล, และนิยายที่มีมุมมองเฉพาะตัว ทั้งเล่มจริงและอีบุ๊ก พร้อมโปรโมชั่นลดราคาประจำในร้าน

    Translate

    เนื้อหาในนิยายทั้งหมดในนี้ เหมาะสำหรับผู้อ่านที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป อาจมีเนื้อหาที่ต้องใช้วิจารณญาณในการอ่าน ผู้อ่านที่มีอายุต่ำกว่า 13 ปีควรใช้วิจารณญาณในการอ่าน